หน้าแรก · บทความ · ดาวน์โหลด · กระดานข่าว · สมุดเยี่ยม19/05/2012 20:07:07
นวัตกรรมใหม่แห่งการติว


WIN-WIN Team

ประสบความสำเร็จแล้ว..
บทความล่าสุด
วิทยะฐานะที่เอื้อต่อ...
อะไรที่ท่านคิดว่าการ...
ผู้ใช้งานตอนนี้
บุคคลทั่วไป: 2
ไม่มีสมาชิกออนไลน์

จำนวนสมาชิก: 694
สมาชิกคนล่าสุด: somporn langnudum
กระดานข่าว
กระทู้ใหม่
เผยแพร่ผลงานวิชาการ ...
รายงานการประเมินโครง...
เผยแพร่ผลงาน วิชาการ...
บทคัดย่อ แบบฝึกทักษะ...
เผยแพร่ผลงานวิชาการค...
ยอดนิยม
ความภาคภูมิใจของเ... [52]
Update..รอบรู้ พลวัต [25]
เผยแพร่ ผลงานวิชาการ [19]
รายชื่อผู้สำรองที... [12]
พบปะพูดคุยคนกันเอ... [12]
สถิติเว็บไซต์
เพื่อนบ้าน







Google Adsense
ร้านหนังสือWIN-WINที่นี่..
ร้านเมืองช้างสุรินทร์
ร้านดอกหญ้า บุรีรัมย์
ร้านศึกษาภัณฑ์มหาสารคาม
ร้านสกสค.อุตรดิตถ์
ร้านนราบุ๊ค จ.น่าน
ร้านศึกษาภัณฑ์ กาฬสินธุ์
ร้านคลังพลาซ่า โคราช
ศึกษาภัณฑ์ ขอนแก่น
ติวออนไลน์
Social Network
พรชัย นาชัยเวียง

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
ยินดีต้อนรับ













นาย นิพิฐพนธ์ ทัพพ์ชัยศิริ EI 4093-0286-5 TH 2. นายรัชวุฒิ โนเขื่อน EI 4093-0287-4 TH 3. คุณ รวยโชค นวลสนอง EI 4093-0288-8 TH ส่งหนังสือ 16 ส.ค.2554 1. นาย อภัย ภัยมณี EI 4092-9906-1 TH 2. นาย โกสินทร์ เฮียงราช EI 4092-9907-5 TH 3. นาย ไพฑูรย์ อยู่เกตุ EI 4092-9908-9 TH ส่ง 17 ส.ค. 1. นาย โชคชัย เเร่นาค EI 4093-0820-5 TH 2. นาง วันดี EI 4093-0821-4 TH ส่ง 22 ส.ค.2554 1. คุณ เนติกานต์ พัทบุรี EI 4093-0973-6 TH 2. นาย สุวัฒน์ สุพรรณไพ EI 4093-0974-0 TH 3. นาย นพพร ชามา EI 4093-0975-3 TH 4. คุณ ละออ กองรส EI 4093-0976-7 TH 30 ส.ค.2554 1. นาย สุขสรรค์ มะโนขัน EI 4093-1705-7 TH 2. นาย บุญสม ปัญญาเหลือ EI 4093-1704-3 TH
กระทู้เคลื่อนใหวล่าสุด
กระทู้ ตอบ ตอบล่าสุด
เผยแพร่ผลงานวิชาการ รายงานผ... 0 kannika 07-05-2012 10:43
รายงานการประเมินโครงการโรงเ... 0 kosonkanyasai 24-04-2012 21:21
เผยแพร่ผลงาน วิชาการ รายงาน... 0 pichitta 24-04-2012 14:24
บทคัดย่อ แบบฝึกทักษะการอ่าน... 0 raweewan phetprapai 24-04-2012 11:49
เผยแพร่ผลงานวิชาการครูวิระภ... 0 kruviraporn 22-04-2012 12:33
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ การจ... 0 prapang 21-04-2012 12:47
ความต้องการการนิเทศภายในเพื... 0 sangtawan2007 19-04-2012 11:11
ผลการศึกษาแบบฝึกทักษะการเขี... 0 panida 17-04-2012 15:10
การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิ... 0 paloo 07-04-2012 02:40
ชุดฝึกทักษะการประดิษฐ์โคมไฟ... 1 wichaicheu 04-04-2012 11:51
ชุดฝึกทักษะการประโดิษฐ์โคมไ... 0 wichaicheu 01-04-2012 21:03
รายงานผลการใช้หนังสือนิทานเ... 0 aom 27-03-2012 07:37
เผยแพร่ ผลงานวิชาการ 19 pharanyu 27-03-2012 05:42
รายงานการพัฒนาบทเรียนสำเร็จ... 0 prarun2502 25-03-2012 13:52
รายงานการพัฒนาบทเรียนสำเร็จ... 1 rungravan 22-03-2012 08:53
รายงานการพัฒนาบทเรียนสำเร็จ... 0 rungravan 19-03-2012 22:09
อยากอ่านหนังสือสอบครูผู้ช่ว... 0 lekzaa 19-03-2012 20:46
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช... 0 patsee2012 16-03-2012 01:32
การศึกษาผลการสร้างความร่วมม... 1 klin 12-03-2012 13:53
ภารกิจสุดหินของ "ศ.ดร.สุชาต... 0 admin 10-03-2012 01:35
จุดติวโค้งสุดท้าย
แผนที่ไปโรงแรม แกรนด์ ทาวเวอร์อินท์ พระราม 6

แผนที่ไปโรงแรม แกรนด์ ทาวเวอร์อินท์ พระราม 6

admin เมื่อ พฤษภาคม 05 2012 06:57:54 · ปริ้นท์
Tablet



ขอบคุณ Voice TV

เครือข่ายแก่งจันทร์ "นวัตกรรมแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก"
ตัวแทนเครือข่ายแก่งจันทร์ (Kangjan Model) ได้รายงานผลการดำเนินงาน “แก่งจันทร์โมเดล” โดยกล่าวว่า สพฐ.ได้มีแนวทางพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 5 รูปแบบ คือ 1) สอนแบบคละชั้น 2) สอนแบบบูรณาการ 3) ยุบรวมทั้งโรงเรียน 4) จัดครูเวียนสอนระหว่างโรงเรียนในกลุ่มสาระที่ขาดแคลน 5) รวมกันเป็นศูนย์เครือข่ายประมาณ 3-5 โรงเรียน การดำเนินงานของ “แก่งจันทร์โมเดล” ได้เลือกรูปแบบที่ 5 ในการแก้ปัญหา ซึ่งได้ผลดีมาตามลำดับ จนได้รับความสนใจเผยแพร่ผ่านสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ อินเทอร์เน็ตจำนวนมากในรอบปีที่ผ่านมา เพราะเป็นการร่วมกันจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กใกล้เคียงกัน 4 โรง มีนักเรียนรวมกันทั้งสิ้น 250 คน ครู 16 คน แต่ละโรงเรียนห่างกันประมาณ 3-5 กม. ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก โดย - รร.บ้านหาดคัมภีร์ มีนักเรียน 68 คน ครู/ผู้บริหาร 4 คน - รร.บ้านปากมั่งห้วยทับช้าง มีนักเรียน 65 คน ครู/ผู้บริหาร 4 คน - รร.บ้านนาโม้ มีนักเรียน 83 คน ครู/ผู้บริหาร 4 คน - รร.บ้านคกเว้า มีนักเรียน 34 คน ครู/ผู้บริหาร 4 คน การวางแผนการดำเนินการ ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 โดยผู้บริหารและรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาได้หารือร่วมกันก่อน จากนั้นได้มีการประชุมครู และประชุมสร้างความเข้าใจและการสนับสนุนทรัพยากร แก่กรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง ทั้ง 4 หมู่บ้าน รวมทั้งเขตพื้นที่การศึกษา รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแก่งจันทร์โมเดล ได้ร่วมจัดการเรียนการสอน โดยให้ รร. บ้านคกเว้า สอนชั้น ป.3-4 รร.บ้านหาดคัมภีร์ สอนชั้น ป.5-6 รร.บ้านปากมั่งฯ สอนชั้น อ.2,ป.2 และ รร.บ้านนาโม้ สอนชั้น อ.1,ป.1 ทำให้อัตราส่วนครูผู้สอนต่อนักเรียนเพิ่มขึ้น ไม่ขาดแคลนครู และสามารถจัดการสอน ดูแลนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับส่งนักเรียน ได้ดำเนินการจัดรถรับส่งนักเรียนเดินทางเช้าไปเย็นกลับทุกวัน พร้อมทั้งจัดให้ครู 4 โรงเรียนเดินทางไปสอนตามความถนัด/ความสามารถ โดยขอให้ อบต.หาดคัมภีร์ อุดหนุนค่าน้ำมันรถทั้งระบบไปก่อน ส่วนรถยนต์รับส่งนั้น ได้วางแผนเป็นระยะๆ คือ - ระยะที่ 1 ได้รับการสนับสนุนจาก รร.บ้านห้วยขอบห้วยเหียม - ระยะที่ 2 ยืมรถปิ๊กอัพส่วนตัวของภารโรง รร.บ้านนาโม้ และยืมรถ รร.บ้านโพนทอ - ระยะที่ 3 ยืมรถตู้ สพป.เลย - ระยะที่ 4 ขอซื้อรถตู้เพิ่ม 1 คัน และค่าน้ำมันรถรับส่ง 2 ภาคเรียนๆ ละ 64,000 บาท หลังจากร่วมกันจัดการศึกษา พบว่าคุณภาพจัดการศึกษาสูงขึ้น โดยได้เปรียบเทียบผลสอบ O-NET ป.6 ในรายวิชาต่างๆ พบว่าในปี 2554 สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทุกรายวิชา ดังนี้ วิชา ปี 2553 ปี 2554 เพิ่ม/ลด ภาษาไทย 29.76 49.15 19.39 คณิตศาสตร์ 26.51 53.92 27.41 วิทยาศาสตร์ 38.81 43.57 4.76 สังคมศึกษา 42.06 47.87 5.81 สุขศึกษา 51.45 51.94 0.49 ศิลปศึกษา 33.14 44.81 11.67 การงานฯ 46.59 53.85 7.26 อังกฤษ 13.91 41.47 27.56 ผศ.ดร.มัณฑนา อินทุสมิต คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ชี้แจงเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยได้ทำการศึกษาวิจัยการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กมาโดยตลอด โดยมุ่งหวังที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้นอกจากจะพัฒนาครูผู้สอนในแก่งจันทร์โมเดลแล้ว ต้องการให้นักศึกษาครูไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แต่เนื่องจากติดขัดเกณฑ์การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ซึ่งคุรุสภาระบุให้นักศึกษาครูต้องไปฝึกสอนในโรงเรียนที่ผ่านการประเมินภายนอกจาก สมศ.เท่านั้น มิฉะนั้นจะไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพครู ในขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินภายนอกของ สมศ. จึงทำให้ไม่สามารถส่งนักศึกษาไปฝึกสอนในโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านั้นได้ จึงต้องการให้คุรุสภาปลดล็อกเงื่อนไขดังกล่าว และยืนยันว่าไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพการสอน เพราะ มรภ.จะเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลการสอนของนักศึกษาครู ในขณะเดียวกันจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครูของโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ด้วย โดยจะได้รับประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน รมว.ศธ.ได้มอบนโยบายให้ สพฐ.ดำเนินการและรายงานผลเป็นระยะๆ ดังนี้ 1. ให้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก 14,000 โรงทั่วประเทศ โดยให้โรงเรียนขนาดเล็กรวมกันเป็นศูนย์เครือข่าย ซึ่ง สพฐ.จะต้องลงไปช่วยเขตพื้นที่การศึกษาวางแผนดำเนินการร่วมกัน ภายในช่วงเปิดเทอมคาดว่าอย่างน้อยจะมีประมาณ 1,000 เครือข่าย 2. ศธ.จะสนับสนุนพาหนะในการเดินทางมาเรียนของครูและนักเรียน โดยจะให้ สพฐ.ตั้งงบประมาณให้ทุกศูนย์เครือข่ายประมาณ 2,000 คันๆ ละประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อให้แต่ละศูนย์เครือข่ายเลือกซื้อรถยนต์รับส่งนักเรียนและครูเอง แต่ไม่ใช่ประมูลจากส่วนกลาง ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายอำนาจให้โรงเรียน 3. ให้ สพฐ.จัดหาครูผู้สอนภาษาอังกฤษและภาษาจีน ไปสอนในโรงเรียนศูนย์เครือข่าย 4. ให้ สพฐ.หารือกับคุรุสภาในการแก้ไขเกณฑ์การได้ใบประกอบวิชาชีพครู เพื่อให้ครูฝึกสอนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ สามารถเข้าไปฝึกสอนในโรงเรียนขนาดเล็กได้ทุกแห่ง แม้จะยังไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินจาก สมศ.ก็ตาม เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่ผลิตครู ต้องรับผิดชอบมาตรฐานของตนเองอยู่แล้ว 5. ให้ ผอ.สพป.มีบทบาทสำคัญที่จะต้องลงไปใส่ใจในนโยบายการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กครั้งนี้ โดยให้ถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรง ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

admin เมื่อ เมษายน 28 2012 22:12:09 อ่านต่อ · 2คำติ-ชม · 66 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
ก.ค.ศ.ออกเกณฑ์คัดครู ผช.ใต้ สอบปรนัย-ทำงานใน 4 จว. 3 ปี เปิดทาง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯเฟ้น
ก.ค.ศ.ออกเกณฑ์คัดครู ผช.ใต้ สอบปรนัย-ทำงานใน 4 จว. 3 ปี เปิดทาง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯเฟ้น


รายงานข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด ซึ่งมีรายละเอียด อาทิ ผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดคือ เป็นครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา พนักงานราชการ ครูสอนศาสนาอิสลาม หรือวิทยากรอิสลามตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปี 2551 ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างเหมาบริการ โดยทุกตำแหน่งต้องปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมกันไม่น้อยกว่า 3 ปีนับตั้งแต่วันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย นอกจากนี้ผู้เข้ารับการคัดเลือกมีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกภายในเขตพื้นที่การศึกษาที่ปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบัน
รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ส่วนการคัดเลือกจะต้องเข้ารับการคัดเลือกโดยการสอบข้อเขียนแบบปรนัย ซึ่งจะมีการสอบภาค ก ความรอบรู้ ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครูและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู คะแนนเต็ม 200 คะแนน ภาค ข ประวัติและผลงาน คะแนนเต็ม 100 คะแนน ให้ประเมินประวัติและผลงาน ซึ่งผู้ที่จะผ่านการคัดเลือกต้องได้คะแนนในแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยจะให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ สพฐ.กำหนด
รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.ยังเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น กรณีมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือทางราชการมีเงื่อนไขให้รับโอนโรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียน อื่นใดมาเป็นโรงเรียนรัฐบาลมีสัญญาผูกพันตามโครงการพิเศษหรือโครงการนักเรียนทุนรัฐบาล มีการประกาศรับสมัครสอบแข่งขันไม่น้อยกว่าสองครั้งแล้ว ไม่มีผู้สมัคร ดำเนินการสอบแข่งขันไม่น้อยกว่าสองครั้งแล้วได้จำนวนคนไม่เพียงพอกับตำแหน่งว่างที่ประกาศ การบรรจุและแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งในพื้นที่ที่เป็นเกาะหรือบนภูเขาสูงที่ไม่สามารถเดินทางด้วยพาหนะใดๆ ได้สะดวกตลอดปี หรือพื้นที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศตามประกาศของทางราชการ เป็นต้น ส่วนการสอบนั้น ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้



ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



admin เมื่อ เมษายน 18 2012 13:07:20 0คำติ-ชม · 87 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
เกาะติดสนามสอบ ผอ.ปี 55 วิเคราะห์เจาะลึกโดย WIN-WIN

เกาะติดสนามสอบ ผอ.ปี 55 วิเคราะห์เจาะลึกโดย WIN-WIN

บริหารงานในหน้าที่ สอบภาคเช้า ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 100 คะแนน
เน้นวิเคราะห์ แก้ปัญหา ตัดสินใจ
100 หาร 12 = 8.33
บริหารงานในหน้าที่ 12 หัวข้อ ออกได้เรื่องละ 8-9 ข้อ
เรื่องที่ 1-4 อย่างละ 9 ข้อ 9x4 =36
เรื่องที่ 5-12 อย่างละ 8 ข้อ 8x8 = 64
ได้ 100 ข้อพอดี

ความรู้ทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ย​วข้องกับการปฏิบัติงาน (50 คะแนน)
50 หาร 13 = 3.85
ความรอบรู้ ถ้าออกข้อสอบเฉลี่ยเท่าๆ กัน ออกได้เรื่องละ 4 ข้อ
รอบรู้เรื่องที่ 1-4 = 4x5 = 20
กฎหมาย 5-8 = 4x5 = 20
กฎหมาย 9-13 = 5x2 = 10
รวมได้ 50 ข้อ รอบรู้อัตราส่วนน่าจะอยู่ที่ 20 คะแนน กฎหมาย 30 คะแนน
เน้นความรู้ ความเชื่อมโยง จำให้แม่นไว้ก่อน

สมรรถนะ 50 คะแนน
50 หาร 9 = 5.56
9 สมรรถนะ สมรรถนะละ 5 ข้อ = 9 x 5 = 45 ข้อ
ความรู้พื้นฐานเรื่องสมรรถนะ หรือ หลักการบริหารอื่นๆ 5 ข้อ
ที่น่าจับตา คือ ภาวะผู้นำ ที่เป็นหัวข้อใหม่..

สอบรอบนี้ต้องได้คะแนนให้มากที่​สุด ผิดให้น้อยที่สุด เตรียมตัวดีๆ
ทำข้อสอบอย่างมั่นใจ ขอให้ประสบความสำเร็จทุกท่านครั​บ

อย่าลืมแวะมาติวเข้มโค้งสุดท้ายกับ WIN-WIN แนวข้อสอบ แบบปิดประตูแพ้ ที่นี่ ที่เดียว..

admin เมื่อ เมษายน 15 2012 18:08:19 1คำติ-ชม · 207 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
วันนี้ (12 เม.ย.) ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง
ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องกรณีผู้ฟ้องคดีร้องให้เพิกถอนคำสั่ง คกก.การศึกษาขั้นพื้นฐานเรียกรับเงินบริจาค เพื่อแลกกับการเข้าศึกษา ชี้ มิใช่เป็นการกระทำทางปกครอง

วันนี้ (12 เม.ย.) ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาในคดีที่ นายไพศาล บัวเจริญ กับพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้อง รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2555 หรือการเรียกรับเงินบริจาคเพื่อแลกกับการเข้าศึกษาในโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง โดยผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษามาด้วยนั้น

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในคดีดังกล่าวไว้พิจารณา เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า การแถลงนโยบายและคำสั่งของ รมว.ศึกษาธิการ ดังกล่าวมิใช่เป็นการกระทำทางปกครองที่จะอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาล
ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

admin เมื่อ เมษายน 14 2012 00:30:52 0คำติ-ชม · 110 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
เปิดปฏิทินการสอบบรรจุ "ครูผู้ช่วย"
เปิดปฏิทินการสอบบรรจุ "ครูผู้ช่วย"

ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้า รับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555...

ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555 โดยกำหนดรายละเอียด อาทิ ให้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสอบได้ตามความเหมาะสม ให้ส่วนราชการดำเนินการออกข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ รวมทั้งกำหนดนโยบาย หรือแนวทางในการบริหารจัดการการสอบแข่งขัน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบปฏิทินการสอบแข่งขันตำแหน่งครูผู้ช่วยดังนี้

ประกาศรับสมัคร วันที่ 1-7 มิ.ย.
รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย.
สอบแข่งขัน วันที่ 23-24 มิ.ย. และ
ประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 30 มิ.ย.

สำหรับสอบแข่งขันจะมี 2 วัน โดยวันแรกสอบภาค ก.
ความรอบรู้และความสามารถทั่วไป ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู 200 คะแนน
และวันที่ 2 สอบภาค ข. ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งวิชาเอก 200 คะแนน


ซึ่งการสอบภาค ก. และ ข. จะเป็นการสอบข้อเขียนเพื่อสอดรับกับนโยบายของ ก.ค.ศ.ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดการใช้ดุลพินิจของกรรมการ ส่วนการกำหนดใช้บัญชีของผู้ที่สอบแข่งขันได้นั้น คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการสามารถเรียกใช้บัญชีดังกล่าวได้.



ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 10 เมษายน 2555


admin เมื่อ เมษายน 10 2012 07:56:51 0คำติ-ชม · 110 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
เกณฑ์สอบมาแล้ว...
ตำแหน่งว่างทุกเขตพื้นที่..http://202.143.174.11/personnel/news2011/upfiles/303.zip


เขตปกติ


เขตพื้นที่พิเศษเฉพาะกิจ
เขตพื้นที่พิเศษเฉพาะกิจ


ประกาศปฏิทินสอบบรรจุผอ.-รองผอ.สถานศึกษา รับสมัคร 3-9 เม.ย.นี้

วันที่ 27 มี.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามในประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่องรับสมัครสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษาแล้ว โดยแบ่งเป็นกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ โดยกำหนดปฏิทินการรับสมัครสอบในวันที่ 3-9 เม.ย. ประเมินประวัติและผลงานผู้สมัครในกลุ่มประสบการณ์ภายในเดือน เม.ย. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหา วันที่ 30 เม.ย. สอบข้อเขียนพร้อมกัน วันที่ 13 พ.ค. และประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาทั้ง 2 กลุ่มในวันที่ 30 พ.ค. ทางเว็บไซด์ของสำนักพัฒนาระบบริหารงานบุคคลและนิติการ ที่ http://personel.obec.go.th และที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตทั่วประเทศ

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาต่อว่า จะเรียงลำดับตามคะแนนจากมากไปหาน้อยเท่ากับจำนวนตำแหน่งที่ว่างในปัจจุบัน และจำนวนที่คาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการใน 2 ปีงบประมาณ โดยการขึ้นบัญชีจะมีอายุไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่ประกาศ เว้นแต่จะมีการประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาครั้งใหม่ ถึงจะยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาทุกบัญชี

"สพฐ.จะขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาเป็น 3 บัญชี คือ 1.บัญชีรวม สพฐ.แยกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 2.บัญชีเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดย สพฐ.จะนำรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาในบัญชีรวม มาจัดเป็นบัญชีของ สพป.แยกเป็นกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์ และ 3.บัญชี สพม.โดย สพฐ.จะนำบัญชีรวมมาจัดเป็นบัญชีของ สพม.ใน 2 กลุ่มเช่นกัน ทั้งนี้การบรรจุและแต่งตั้งจะเริ่มจากผู้ผ่านการสรรหาจากบัญชีกลุ่มประสบการณ์ก่อน แล้วตามด้วยกลุ่มทั่วไปและสลับกลุ่มในสัดส่วน 1 ต่อ 1" นายชินภัทรกล่าว


ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


admin เมื่อ มีนาคม 14 2012 16:54:22 · ปริ้นท์
หลักเกณฑ์วิธีการพัฒนาก่อนแต่งตั้งครูมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ
หลักเกณฑ์วิธีการพัฒนาก่อนแต่งตั้งครูมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ (ว.3 ลว. 7 เมษายน 2554)

ก.ค.ศ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ (ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.7/ว.3 ลงวันที่ 7 เมษายน 2554)

สาระสำคัญ
1. ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม ตามหนังสือ ว.2 ลงวันที่ 13 มกราคม 2549
2. เป็นไปตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และมาตรฐานวิทยฐานะที่ ก.ค.ศ.กำหนด
3. พัฒนาสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ (ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ด่วนที่สุดที่ ศธ 0206.4/ว 17 ลงวันที่ 30 กันยายน 2552)
วิธีการ
1. ผู้เข้ารับการพัฒนาต้องมีคุณสมบัติในการเสนอขอรับการประเมินให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษหรือวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
2.ผลการพัฒนานำไปในการแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะได้ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่สำเร็จหลักสูตรการพัฒนา
3.โครงสร้างหลักสูตรการพัฒนา วิทยฐานะชำนาญการพิเศษกำหนด 2 ส่วน คือ การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานในหน้าที่การวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในวิทยฐานะชำนาญการพิเศษระยะเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง วิทยฐานะเชี่ยวชาญ กำหนด 3 ส่วน คือ การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานในหน้าที่ การสังเคราะห์บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และการนำเสนอแนวทางการพัฒนาแนวทางในหน้าที่หรือพัฒนานวัตกรรม ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง สำหรับรายละเอียดของหลักสูตรและคู่มือการพัฒนาให้ส่วนราชการร่วมกับสถาบันพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา และสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่นเป็นผู้ดำเนินการ แล้วนำเสนอให้ ก.ค.ศ.ทราบ
4.หน่วยดำเนินการพัฒนา ก.ค.ศ.กำหนดให้สถาบันพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจากสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาเป็นหน่วยดำเนินการพัฒนา
5.การยื่นความประสงค์ขอรับการพัฒนาให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายื่นที่ส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษที่สังกัดอยู่ ต่อจากนั้นส่วนราชการหรือหน่วยงานดังกล่าวต้องรวบรวมรายชื่อผู้ที่ยื่นความประสงค์ขอรับการพัฒนาแจ้งไปยังหน่วยดำเนินการพัฒนาภายในวันที่ 10 ของเดือน และหน่วยดำเนินการพัฒนาจะประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการพัฒนาวัน เวลา สถานที่และรายละเอียดทางเว็บไซต์ ภายในวันที่ 25 ของเดือน

admin เมื่อ มีนาคม 14 2012 08:42:34 1คำติ-ชม · 187 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
รมว.ศธ.ประชุมทางไกลกับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๗๕/๒๕๕๕
รมว.ศธ.ประชุมทางไกลกับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมทางไกล (Video Conference) กับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ DOC ชั้น ๙ สพฐ. โดยมีประเด็นต่างๆ สรุปดังนี้

คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เป็นครูคนใหม่ของนักเรียนที่พร้อมจะสอนได้ในทุกเวลาและทุกวิชาที่ต้องการ ซึ่งในอนาคต ศธ.จะปรับปรุงให้นักเรียนสามารถข้ามไปเรียนเนื้อหาในชั้นเรียนที่สูงขึ้นได้ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเป็นเครื่องมือที่มีความทันสมัยและเป็นการลดการใช้กระดาษ ซึ่งการจัดหาคอมพิวเตอร์แทบเล็ตนั้น ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) กำลังดำเนินการอยู่ ส่วน ศธ.จะจัดหาเนื้อหาหลักสูตรที่จะใส่ในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตและแจกไปยังโรงเรียน ซึ่ง ศธ.มีแนวคิดว่าจะจัดหามาเพิ่มให้กับนักเรียนชั้น ม.๑ ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหางบประมาณเพิ่มเติม

โดย ศธ.จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถจัดหาหรือจัดซื้อแอพพลิเคชั่นการเรียนรู้ต่างๆ ที่จะโหลดเข้าไปในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพิ่มเติมได้ นอกเหนือจากหลักสูตรที่ สพฐ.ได้จัดทำไปแล้ว เพราะในเรื่องของการเรียนรู้ไม่อยากให้เป็นการบังคับ หลักสูตรหลักที่ สพฐ.จัดให้อาจจะไม่ดีพอ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นที่ส่วนกลางใส่ไปให้อาจจะสู้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ไม่ได้ โดยโรงเรียนจะจัดซื้อเองและตั้งงบประมาณก็ได้ ขณะเดียวกัน ศธ.จะประสานให้ทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) นำแอพพลิเคชั่นความรู้ต่างๆ มาไว้บนเว็บไซต์ เพื่อเปิดให้โรงเรียนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้เอง ขอให้แต่ละโรงเรียนแข่งกันหาแอพพลิเคชั่นดีๆ มาสร้างความรู้ให้กับเด็ก

ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะให้นักเรียน ป.๑ ยืมคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตไปใช้เรียนเป็นเวลา ๑ ปี โดยสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านได้ เพื่อช่วยฝึกให้เด็กรักและหวงแหนของ เมื่อครบกำหนดทุกปีก็ให้นำกลับมาตรวจเช็คสภาพว่ายังอยู่ดีหรือไม่ และเมื่อใช้งานครบ ๓ ปี ก็จะให้เป็นสมบัติส่วนตัวของเด็กไปเลย เพราะเป็นครุภัณฑ์ที่มีราคาไม่ถึง ๓,๐๐๐ บาท อีกทั้งคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเป็นวัสดุ ใช้งานเพียง 3 ปี ก็คงเสื่อมสภาพไปตามการใช้งานแล้ว

การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และภาษาอาเซียน ศธ.จะจัดหาครูสอนภาษาเหล่านี้ไปยังโรงเรียนต่างๆ และจะส่งเสริมให้โรงเรียนได้มีความร่วมมือในลักษณะโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องกับต่างประเทศ โดยได้มอบหมายให้ สพฐ.ตั้งงบประมาณสำหรับใช้เป็นเงินเดือนครูสอนภาษาที่โรงเรียนจัดหามา ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนต่อคน เนื่องจากบางโรงเรียนได้จัดหาครูสอนภาษาแต่มีงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับจ่ายเงินเดือนครู เช่น โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุทรปราการ จัดหาครูภาษาอังกฤษมาสอนถึง ๔๓ คน แต่มีงบประมาณไม่เพียงพอจึงต้องขอรับบริจาค ฉะนั้นโรงเรียนใดต้องการความช่วยเหลือในส่วนนี้ก็ให้ขอมาที่ สพฐ.ได้เลย สำหรับใบประกอบวิชาชีพของครูชาวต่างประเทศ จะให้มีการผ่อนปรน ยืดหยุ่นกฎระเบียบการสอบใบประกอบวิชาชีพไว้ก่อน เพื่อ ศธ.จะได้เร่งยกระดับภาษาของนักเรียนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป

การสอบครูผู้ช่วย การเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งเดิมการแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง เป็นระบบคุณธรรมที่ดี แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีการกระจายอำนาจไปยังส่วนต่างๆ ทำให้ผู้มีอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสอบสัมภาษณ์ การแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อเรียกร้องเงินในทุกระดับและทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ระบบการศึกษาย่ำแย่ จึงต้องการเปลี่ยนระบบการสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอบครูผู้ช่วย การเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ขอให้วัดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีการสอบบางส่วนและให้นำคะแนนความดีที่สามารถคำนวณเองได้มาใช้ เช่น เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับรางวัลระดับชาติ ได้คะแนน ๑๐ คะแนน รองผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับรางวัลระดับจังหวัดได้ ๖ คะแนน ผู้ที่มีอายุการทำงานมากกว่าก็จะได้คะแนนมากกว่าผู้ที่มีอายุการทำงานน้อย

สำหรับการการปรับขั้น เลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง ถ้าโรงเรียนหรือครูคนใดสามารถทำให้เด็กมีผลการเรียนจากคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตได้คะแนนสูงขึ้น มีผลการเรียนดีขึ้น มีผลการทดสอบ O-Net สูงขึ้น ก็จะมีผลกับการประเมินคะแนนตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่การศึกษาไปจนถึงโรงเรียนและครู ในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และขึ้นเงินเดือนในทุกระดับ

การจัดซื้อจัดจ้าง ขอให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ให้มีการตั้งบุคคลภายนอกที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่นเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับของ โดยใช้วิธีการกระจายงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างไปสู่ระดับล่างมากที่สุด และให้โรงเรียนจัดซื้อเอง ไม่ต้องการให้ ศธ.สั่งซื้อรวมและนำไปแจก และเชื่อว่าผู้อำนวยการในทุกจังหวัดต้องการให้ความร่วมมือ ศธ.ต้องการแก้ไขปัญหาคอรัปชันและการรีดเลือดกับครู การที่จะแก้ไขได้นั้น "ผู้นำต้องไม่โกง กระบวนการต้องมีความโปร่งใส มีการแข่งขัน และสามารถตรวจสอบได้" ดังนั้นการตั้งกรรมการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่เป็นที่ยอมรับในสังคม ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครสามารถสั่งซื้อของได้ สำหรับข้อกังวลว่าหากกระจายลงไปในระดับพื้นที่ก็เท่ากับการกระจายคอรัปชันนั้น ขอฝากให้พี่น้องครูช่วยตรวจสอบด้วย ช่วยกันตรวจสอบระบบที่อยู่ในความมืด ขออย่าได้เกรงกลัวต่อความมืด หรือเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพราะหากทำผิดแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะถูกครอบงำให้ทำผิดไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม รมว.ศธ.จะไม่ตรวจสอบย้อนหลัง แต่ในอนาคตขอให้ไม่ร่วมทำสิ่งเหล่านี้ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของครูอาจารย์ให้กลับมามีเกียรติมีศักดิ์ศรีในสังคมอีกครั้ง

โรงเรียนขนาดเล็ก ต้องการให้ควบรวมโรงเรียนใกล้เคียง ๓-๔ โรงเรียนเข้าด้วยกัน เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เดิมมีชั้น ป.๑ จำนวน ๔ ห้องเรียน ก็ควบรวมเป็นห้องเดียว จำนวนครูก็จะเพิ่มขึ้น สามารถสอนนักเรียนได้ทั่วถึง ซึ่ง ศธ.ยินดีที่จะให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณสำหรับการจัดหารถโรงเรียนเพื่อรับส่งครู โดยให้โรงเรียนไปเลือกซื้อเอง สำหรับน้ำมันรถให้ขอความสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบล หรือจะจัดซื้อจัดหาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพิ่มเติมก็ได้ โดย ศธ.จะจัดตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็กที่ควบรวมเข้าด้วยกัน

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
ขณะนี้ได้ขยายเวลารับสมัครไปถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งในส่วนของ ศธ.ได้มอบหมายให้ กศน.ดำเนินการรับสมัครสตรีในทุกอำเภอ ซึ่งมีผู้สมัครจำนวน ๔.๒ ล้านคนแล้ว ทำให้ ศธ.ได้รับคำชื่นชมสำหรับขั้นตอนการรับสมัคร ทั้งนี้การจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพื่อต้องการสื่อให้เข้าใจ ให้ความรู้และเกิดความตื่นตัวในกลุ่มสตรีทั่วประเทศ โดยให้ทั้งสิทธิ์ในการกู้ยืมเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำ และให้เงินเพื่อแก้ปัญหาสตรีถูกข่มเหง รังแก จึงขอเชิญชวนให้ครูสตรีจากทุกสังกัด หรือนักเรียนหญิงที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป มาลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อพัฒนาสตรีให้มีบทบาทที่ดียิ่งขึ้นในสังคมไทยต่อไป

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ขอบคุณที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

admin เมื่อ มีนาคม 12 2012 03:02:25 0คำติ-ชม · 170 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
สุดยอดนโยบาย...รัฐมนตรีของประชาชน


ภารกิจสุดหินของ "ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช"


ระหว่างร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารยูเนสโก ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดใจกลางโต๊ะอาหารมื้อค่ำ ว่า โปรเจกท์ ต่อไปของเขา คือ "กระทรวงศึกษาธิการไทยใสสะอาด"ก่อนหน้านี้ เขย่าวงการศึกษามาแล้วด้วยนโยบายจัดระเบียบเงินบริจาค พ่วงด้วยยกเครื่องปรับปรุงระบบสอบคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและระบบสอบบรรจุข้าราชการครู


ที่มาของโปรเจกท์นี้ สุชาติ บอกว่า ต้องการให้ศธ.กลับคืนไปสู่ความรุ่งเรืองเหมือนในอดีต อย่างเช่น สมัยม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็น รมว.ศธ.นั้น ศธ.ได้รับการนับหน้าถือตา เคารพนับถือจากคนในสังคมอย่างมาก แต่มาถึงวันนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดในศธ.มากมายโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ระเบียบ กฎเกณฑ์ จนเปิดช่องให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ

"ที่เด่นชัด ก็คือ การเรียกรับเงินจากการโยกย้าย แต่งตั้งครูและผู้บริหาร การประเมินเลื่อนวิทยฐานะ มีการเรียกร้องเงินทองกันมากมาย ในเว็บไซต์ของผมเอง ก็มีคนเข้ามาร้องเรียนเรื่องนี้ทุกวัน วันละเป็น 10 ราย บางคนกล้าลงชื่อจริงด้วย มีการให้ข้อมูลว่า ถ้าจะเป็นรอง ผอ.จ่ายราคา 5 แสนบาท ผอ.ราคา 1 ล้านบาท แต่ถ้าจะขอย้ายกลับบ้านเดิมเพื่อไปอยู่กับครอบครัวตัวเองแท้ๆ ต้องจ่าย 2 แสนบาท ไม่จ่ายก็ไม่ได้ย้าย อย่างนี้ผมถือว่า เป็นการรีดเลือดกับปู"

สุชาติ ตั้งคำถามด้วยว่า องค์กรที่เป็นต้นเหตุของการรีดเลือดกับปูนั้น คือ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) แต่ทำไมโครงสร้างจึงให้องค์กรนี้เป็นองค์กรที่มีแต่อำนาจแต่ไม่มีความรับผิดรับชอบ "ผมไม่เข้าใจว่าองค์กรนี้ (อ.ก.ค.ศ.) ทำไมถึงเป็นองค์กรที่มีแต่ Power without Autrority ไม่ให้มีระเบียบตรงไหนให้เอาโทษ หรือให้คนในองค์กรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ"

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องรีดเลือดกับปูนั้น สุชาติ บอกว่า ได้จัดการแก้ไขปัญหาไปแล้ว เหลือแต่ การจัดซื้อจัดจ้าง หรือที่เจ้าตัว เรียกว่า ซื้อข้าวซื้อของ นั้น ได้พยายามแก้ไขแต่ทำได้ยากมาก

"ได้ข่าวว่า มีผู้รับเหมาบีบบังคับข้าราชการให้รีบซื้อของ ไม่รู้ไปทอนเงินกันที่ไหน ผู้รับเหมาเหล่านี้มักอ้างผู้ใหญ่สั่งมา ทำให้ข้าราชการประจำชั้นสูงทำตัวลำบาก แต่ผมขอบอกไว้เลยว่า อย่าไปรับรู้อะไรทั้งนั้น ให้ทำให้ถูกระเบียบเท่านั้น จะได้ไม่มีปัญหาภายหลังเพราะถูกกล่าวหาว่า มีคนเอาเงินทอนมาให้ ไม่ต้องสนใจว่าเขาจะอ้างว่าเป็นใคร ถึงเขาเป็นน้องคนโน่น เป็นญาติคนคนนี้ เขาก็สามารถมาประมูลได้ตามปกติ ไม่ถือว่าผิด แต่การประมูลต้องเปิดเผยโปร่งใส ไม่มีการวิ่งเต้น เพราะผมต้องการให้ของเหลืออยู่กับนักเรียนให้มากที่สุด"สุชาติ กล่าวและว่า มีความคิดที่จะให้คนนอกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสังคมมาร่วมเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้างด้วย พร้อมให้เปิดเผยราคากลาง เพื่อให้การซื้อข้าวซื้อของโปร่งใสขึ้น

สุชาติ ยังบอกด้วยว่า เตรียมตรวจสอบการบริหารจัดการกองทุนต่างๆ ที่ใช้เงินงบประมาณจากกระทรวงด้วย กองทุนเหล่านี้มีอยู่หลายกองทุน ไม่รู้ว่ามีการใช้เงินกองทุนอย่างไร แต่เป้าหมายของตนต้องการให้การบริหารจัดการทุกกองทุนมีความโปร่งใส

"แต่เรื่องสร้างความโปร่งใสน่ะ พูดไปเรื่อยๆ มันไม่เวิร์ก จะให้ข้างล่างโปร่งใสได้ ผู้นำต้องโปร่งใสก่อน มี ทฤษฎี 4 ข้อสำหรับสร้างความโปร่งใส คือ 1.ผู้นำต้องไม่โกง 2.ทำอะไรโปร่งใส 3.ซื้อของ บรรจุคนต้องโปร่งใส 4.สามารถตรวจสอบได้" สุชาติ บอก และว่า ข้อแรกมีความสำคัญเพราะถ้าผู้นำไม่โปร่งใสแล้ว ก็จะไม่มีหน้าไปสั่งใครให้ทำหน้าที่อย่างสุจริตได้

"ถ้าคุณไปปรับเงินจากใครมาแล้วล่ะก็ ทุกอย่างจบ วันรุ่งขึ้นคุณก็จะเป็นวัวสันหลังหวะทันที เขาโทรมาสั่งอะไรก็ต้องทำตาม แค่เห็นเบอร์ก็ต้องรีบรับเพราะว่ากลัว ทีนี้พอคนอื่นเขารู้ ก็จะเอาไปนินทาว่ากล่าว อย่างอดีตนายกรัฐมนตรีบางคน พอลงจากตำแหน่งไปแล้ว ความจริงเปิดเผยว่า ตอนอยู่ในตำแหน่งโกงกิน คนก็หมดความนับถือ แต่ผมไม่ทำอย่างนั้น เพราะผมอยากเป็นคนที่ตายไปแล้วคนก็ยังนับถือ"

สุชาติ บอกด้วยว่า เพราะต้องการให้กระทรวงมีความโปร่งใสจริงๆ เขาจึงค่อนข้างจำกัดขนาดทีมงาน เพราะไม่ต้องการให้ใครอ้างชื่อตัวเองเรียกรับผลประโยชน์ สมัยนี้ชอบอ้างชื่อกันเยอะ บางทีก็ไปอ้างกับข้าราชการว่า รัฐมนตรีสั่งอย่างนั้นอย่างโน้น หรืออย่างตนก็ยังโดนบางคนมาอ้างชื่อผู้ใหญ่ขอให้แต่งตั้งหรือย้ายข้าราชการบางตำแหน่ง แต่พอสอบถามคนที่ถูกอ้างชื่อ ก็ไม่รู้เรื่อง บางทีกลับเป็นตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

นอกจากนั้น สุชาติ ยอมรับว่า เขาเป็นคนที่ให้คนเข้าพบได้ยาก ไม่ค่อยอยากให้ใครเข้าพบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะคนที่มาพบส่วนใหญ่มาขอเรื่องโน้นเรื่องนี้ อีกอย่างก็มาฟ้องคนอื่น "มาฟ้องคนโน้นคนนี้ ผมไม่ฟังหรอกเวลาใครมาฟ้องใคร ผมถามหน่อย คุณคิดว่า ผมอยู่มาจนขณะนี้ ผมดูคนไม่ออกเลยเหรอ ผมดูออกหมดว่า ใครเป็นคนดี คนเลว แค่เห็นหน้าก็รู้แล้ว คนที่ชอบมาฟ้องคนอื่นนะ ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครดีหรอก มาถึงก็พูดแต่เรื่องแย่ๆ จะเป็นคนดีได้อย่างไร คนดีต้องมาถึงแล้วพูดเรื่องดีๆ พูดกันว่า จะพัฒนาประเทศอย่างไร ไม่ใช่มาแต่ฟ้องคนอื่น"

"บางทีก็มีคนในพรรค พา ซี 7 ซี 8 มาแนะนำให้เป็นทีมงาน บอกว่า นี่เป็นคนของพวกเราเอง ไว้ใจได้ จะให้มาคอยตรวจสอบการทำงานของระดับปลัด ระดับเลขาธิการ คนพวกนี้เขาคิดแบบการเมือง มองคนอื่นเป็นพวกที่ไม่น่าไว้วางใจ ต้องมีการคอยตรวจสอบ แต่ทีนี้ คนเป็นซี 7 ซี 8 ก็ยิ่งฟ้องคนอื่นแหลกเพื่อให้ตัวเองก้าวหน้า เป็นอย่างนี้แล้วจะทำงานได้ยังไง ผมรำคาญเลยไล่กลับไปให้หมด"สุชาติ กล่าวและว่า เขาไม่สนใจว่า แต่ละคนจะเป็นใคร มีอดีตอย่างไร ถ้านาทีนี้เขาตั้งใจทำงานได้ดี ก็จะปล่อยให้เขาทำงาน แต่ถ้าทำงานไม่ได้ย้ายทันที "ผมไม่แยกว่า นี่คนของเขา นี่คนของเรา ผมแยกแต่คนดี คนไม่ดี บางคนของเราก็มีคนไม่ดีถมไป และถ้าเป็นคนไม่ดีเนี่ย ผมไม่คบเลยนะครับ"

และสุดท้าย สำหรับเรื่องที่ท้าทายความโปร่งใสของ รมว.ศธ.มาโดยตลอด ซึ่งก็คือเรื่องฝากเด็ก โดยเฉพาะบัญชีเด็กฝากยาวเป็นหางว่าวที่มาจากพรรคการเมืองนั้น สุชาติ บอกว่า เขาบอกชัดเจนว่า ไม่มีการฝากเด็กในกรณีใดทั้งสิ้น ไม่รับทั้งฝากเด็ก ฝากตำแหน่ง และถ้าในพรรคไม่พอใจ กดดันมา ก็จะใช้วิธีวางอุเบกขา "ผมก็แค่วางอุเบกขา ทำอะไรผมไม่ได้หรอก เพราะผมเป็นส.ส.ได้ด้วยตัวเองผมเอง ไม่ได้เป็นเพราะเขา เขาซะอีกยังต้องอาศัยฐานเสียงคนเสื้อแดงที่มีเป็นล้านคนของผม"

สุชาติ ทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดที่ทำนี้ก็เพื่อให้กระทรวงกลับมาได้รับความเคารพนับถือของคนในสังคมเหมือนเดิม ครู อาจารย์ก็จะได้มีกำลังใจสอน ไม่ต้องคอยวิ่งเต้น จ่ายเงิน ทำแต่หน้าที่สอนไปให้ดีที่สุด

"ผมยึดตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า สังคมมีคนดีและคนไม่ดี ต้องสร้างกรอบต่างๆ คุมคนไม่ดีให้ไม่มีอำนาจ เมื่อเราดูแลชาติบ้านเมืองอย่างดี ในที่สุด ลูกหลานเราก็จะเก่ง ฉลาดขึ้น เพราะครูมีกำลังใจสอน ในอนาคต เราก็จะมีประชาชนที่ตั้งมั่นในคุณธรรม ความดี มาดูแลประเทศต่อไป" สุชาติ ทิ้งท้าย



('กระทรวงศึกษาธิการไทย'ใสสะอาด ภารกิจสุดหินของ'ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช' โดย...สุพินดา ณ มหาไชย)

ที่มา - คมชัดลึก


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

"สุชาติ" เคาะเกณฑ์การสอบบรรจุ "ครูผู้ช่วย" ใช้ข้อสอบปรนัยชุดเดียวกันทุกเขตพื้นที่ฯ สกัดทุจริต
เมื่อวันที่ 8 นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) จะเสนอให้พิจารณาหลักเกณฑ์เรื่องการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ประจำปี 2555ว่า ได้พิจารณาในหลักเกณฑ์เบื้องต้นแล้วว่า การสอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วย จะใช้ข้อสอบแบบปรนัยเดียวกันทั้งหมดทุกเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่เปิดสอบ โดยจะให้สถาบันที่น่าเชื่อถือเป็นผู้ออกข้อสอบให้ และให้จัดสอบพร้อมกัน ณ ศูนย์สอบที่กำหนดไว้ทั่วประเทศ

สำหรับตัวข้อสอบได้เน้นย้ำไปว่าควรจะต้องเป็นข้อสอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ข้อสอบที่ใช้ดุลพินิจ โดยเชื่อว่าจะป้องกันปัญหาต่างๆ ในอดีตได้ เช่น กรณีที่การแยกสอบของแต่ละเขตพื้นที่ฯ ที่ต่างคนต่างออกข้อสอบ ก็จะมีเรื่องร้องเรียน มีการซื้อขายข้อสอบหรือจ่ายเงินจ่ายทองได้ บางเขตพื้นที่ฯ ตอนเที่ยงคืนก่อนสอบ 1 วัน ก็จะเอาข้อสอบมาให้กับคนที่จ่ายเงิน สิ่งเหล่านี้จะต้องแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นการสอบในปี 2555 จะต้องโปร่งใส เท่าเทียม และเป็นธรรม

"การสอบนั้น ผมต้องการให้สอบพร้อมกันในวันเดียวกัน ข้อสอบเดียวกัน ต่อไปใครจะไปแอบซื้อข้อสอบก็คงไม่ได้ หรือจะให้ใครไปสอบแทนก็ไม่ได้ ผมจะให้มีผู้อำนวยการ ที่ดูแลการสอบในแต่ละศูนย์สอบเพื่อดูแลความเรียบร้อย"

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า หลังจากการสอบจะไม่ให้มีการสอบสัมภาษณ์เหมือนที่ผ่านมา สอบเสร็จก็จะให้มีการขึ้นบัญชี เพื่อรอการบรรจุและแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยในทันที เพราะขั้นตอนการสัมภาษณ์นั้นอาจจะมีการเรียกรับเงินรับทองกันได้ ดังนั้นจึงควรต้องยกเลิกไป อย่างไรก็ตามแนวโยบายดังกล่าวในการสอบครูผู้ช่วยนี้หากใครไม่เห็นด้วยก็สามารถโต้แย้งหรือแสดงความเห็นมาที่ตนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ปฏิทินการสอบที่สำนักงาน ก.ค.ศ.กำหนดไว้นั้นจะเปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วย วันที่ 31 มี.ค.55 ถึงต้นเดือน เม.ย.55 และจะสอบแข่งขันประมาณวันที่ 26-27 เม.ย.55 ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องรอให้ รมว.ศึกษาธิการ เห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง


ที่มา - สยามรัฐออนไลน์

admin เมื่อ มีนาคม 09 2012 00:57:57 1คำติ-ชม · 151 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 2/2555


จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 2/2555

ถึง พี่น้องชาวแผนและผู้สนใจทุกท่าน

ต้องขออภัยพี่น้องที่ผมไม่ได้ตอบกระทู้ในจดหมายฉบับที่ 1 /2555 เลย สืบเนื่องมาจากเหตุปัจจัยหลายๆ ประการ แต่ขอเรียนให้ทราบว่าผมอ่านทุกกระทู้ ซึ่งพอจะจับประเด็นได้ดังนี้คือ การขึ้นเงินเดือนใหม่ วิทยะฐานะ ตำแหน่งถาวรของอัตราจ้าง ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่อง การอวยพร การให้กำลังใจ สลับกับการบ่น การระบายออกถึงความยากลำบาก ความไม่ยุติธรรมในการทำงาน การตอบโต้กันไปมา ผมขอตอบเป็นเรื่องๆ และขอแถมเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และเรื่องแผนปฏิบัติการประจำปี 2555 และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานการศึกษา ปี 2555-2558 เริ่มเลย นะครับ

1. การขึ้นเงินเดือนใหม่

ในการติดตามเรื่องเงินเดือนใหม่ 15,000 บาท เราต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เพราะถ้าหยิบข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมาไม่ครบก็จะทำให้เข้าใจผิดได้ ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วครับว่า คณะรัฐมนตรี มีมติให้ขึ้นเงินเดือนสำหรับผู้ที่จบปริญญาตรี และต่ำกว่าปริญญาตรี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 โดยให้ได้เงินเดือนบวกค่าครองชีพ เท่ากับ 15,000 บาท/12,285 บาท/9,000 บาท แล้วแต่กรณี กระทรวงการคลังก็ออกระเบียบมาหนึ่งฉบับ ว่าด้วยการจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำส่วนราชการ ถึงแม้ว่าชื่อระเบียบฯ จะระบุว่าเป็นข้าราชการและลูกจ้างประจำ แต่ในระเบียบฯ ก็ให้หมายรวมถึง ลูกจ้างชั่วคราวด้วย ขั้นตอนก็คือ ต้นสังกัดต้องออกคำสั่ง และทำเรื่องเบิกเงินจากกรมบัญชีกลางและคลังจังหวัด สำหรับข้าราชการพนักงานราชการและลูกจ้างที่อยู่ในส่วนกลางและต่างจังหวัดตามลำดับ จากการที่ได้หารือกับหน่วยงานบริหารบุคคล ก็ทราบว่า ถ้าเป็นข้าราชการพลเรือนก็ดำเนินการได้เลย ถ้าเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องออกกฎ ก.ค.ศ. และนำเข้า ค.ร.ม. ถ้าเป็นลูกจ้างชั่วคราวต้องขอตกลงกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ขณะนี้สำนักนโยบายและแผนฯ สพฐ.ได้ทำเรื่องขอตกลงไปยังกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังแล้ว สำหรับปริญญาตรีขอเป็น 15,000 บาท ประกอบด้วยครูแก้ปัญหาขาดครูวิกฤต/อัตราจ้างที่ สพท./ครูในโครงการพระราชดำริ/ครูธุรการ/Labboy/ครูสาขาขาดแคลน/ครูวิทย์-คณิต/วิทยากรอิสลาม สำหรับอัตราจ้างที่เหลือขอเป็น 9,000 บาท ประกอบด้วย นักการภารโรง/พนักงานพิมพ์ดีด/พนักงานขับรถ/รักษาความปลอดภัย/พนักงานทำความสะอาด/ครูวุฒิ ปวช. ปวส./พี่เลี้ยงเด็กพิการ/ครูดูแลเด็กพักนอน อัตราจ้างดังกล่าวนี้ รวมทั้งสิ้น 65,172 คน ใช้งบดำเนินงานจาก สพฐ. จ่ายให้ สำหรับอัตราจ้างที่ สพท. และโรงเรียนจ้างเองนั้น สพท.และโรงเรียนต้องหางบประมาณจ่ายให้น้องๆ เหล่านั้นเอง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเห็นใจทั้ง สพท./โรงเรียน ซึ่งลำบากที่จะต้องหาเงินไปจ่ายเพิ่มให้น้องๆ และเห็นใจอัตราจ้าง ที่เพื่อนๆ เขาได้กันแล้วตัวเองอาจจะไม่ได้ ทั้งข้าราชการและลูกจ้างประจำ/ชั่วคราว ทั้งหมดทุกคน คงได้รับเงินตกเบิกเงินเดือนใหม่ในช่วง มีนาคม 2555 ส่วนข้าราชการเก่า ทราบมาอย่างไม่เป็นทางการว่าจะมีการปรับเงินเดือนอีกรอบหนึ่ง

น้องๆ หลายเขตแจ้งในกระทู้ว่าได้เงิน 15,000 บาทแล้ว ผมเข้าใจว่าคงเป็นการเตรียมการของเขตพื้นที่ มากกว่า สพฐ. ยังไม่ได้สั่งการให้เขตดำเนินการใดๆ เลยครับ เนื่องจากมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามที่เรียนมาตั้งแต่ต้น คำถามที่ถามบ่อยมาก ว่า ครูพี่เลี้ยงจะได้ 15,000 บาทไหม อัตราจ้างที่เขตและโรงเรียนจ้างเองจะได้ 15,000 บาทไหม คงได้คำตอบแล้วนะครับ

2. วิทยฐานะ

เรื่องนี้ได้แจ้งให้พี่น้อง เพื่อนครู ทราบกันมาเป็นระยะๆ ว่าท่านที่ได้รับคำสั่ง ตั้งแต่ 1ตุลาคม 2552 – 30 กันยายน 2553 จะได้รับวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือน เป็นปัจจุบัน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2554 ส่วนตกเบิกคงได้ปลายกุมภาพันธ์ อย่างช้าก็ล้ำเข้าไปต้นเดือนมีนาคม 2555 ขณะนี้สำนักงบประมาณโอนงบประมาณวิทยฐานะให้ สพฐ.แล้ว สพร.กำลังทำเรื่องแจ้งให้เขตพื้นที่ทำเรื่องเบิกจ่ายให้เพื่อนครู เร็ว ช้าอยู่ที่ฝีมือเขตพื้นที่แล้วละครับ สำหรับผู้ที่ได้รับคำสั่งตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2553 จนถึงธันวาคม 2554 ขณะนี้ผมมีข้อมูลว่ามี 60,590 ราย ต้องใช้งบประมาณ 16,192 ล้าน ซึ่งกำลังตั้งงบประมาณปี 2556 ให้ครับ คงได้รับตกเบิกเดือนตุลาคม 2555 นี้ ผมจะพยายามขอให้ถึงคนสุดท้ายที่รับทราบว่าผลงานผ่านแล้ว แต่มีแนวโน้มว่าสำนักงบประมาณจะขอตัดแค่ผู้ที่ได้รับคำสั่งถึง 30 กันยายน 2554 ก่อน จะพยายามต่อรองให้ถึงที่สุดครับ สำหรับส่วนต่างของวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือนที่เพื่อนครูต้องการรับเป็นปัจจุบันไปก่อนตั้งแต่บัดนี้เลย คงไม่ได้แล้วครับ เพราะงบประมาณถูกเจียดจ่ายไปจ่ายไปช่วยเหลือน้ำท่วม และการขึ้นเงินเดือนใหม่จำนวนมากเลย

วิทยฐานะตามเกณฑ์ใหม่นี่ก็กำลังเป็นประเด็นเหมือนกันครับ มีเพื่อนครูโทรศัพท์มาปรับทุกข์ว่าผลงานผ่านมา 1 ปีแล้ว แต่เพิ่งผ่านการอบรม และเพิ่งได้รับแต่งตั้งเมื่อสิ้นสุดการอบรม ซึ่งไม่ยุติธรรม เพราะผลงานผ่านมาตั้ง 1 ปีแล้ว และก็อยากอบรมตั้งนานแล้ว แต่เขตไม่ได้จัดการอบรมให้ ไม่ยุติธรรมเลย

เงินค่าตอบแทนรายเดือน/วิทยฐานะ เป็นสิ่งตอบแทนคุณครูที่ตั้งใจปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ดังนั้นขอให้คุณครูปฏิบัติงานให้เต็มที่สมกับวิทยฐานะที่ได้รับนะครับ

3. ตำแหน่งถาวรของลูกจ้าง

จดหมายฉบับที่ 1/2555 ผมเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในบางประเทศให้ฟังซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบจ้าง หลายคนเศร้า หดหู่ ว่าตำแหน่งของตนเองซึ่งเป็นอัตราจ้าง จะไม่มั่นคงเสียแล้ว หลายคนไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะมีจริง ก็คงต้องไปดูของจริงที่อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สิครับ ซึ่งประเมินผลการดำเนินงานโดย OFSTED และ ERO ตามลำดับ ทำแบบมีขั้นตอนครับ ประเมินแล้วไม่ดีก็ให้โอกาสแก้ตัว ถ้ายังไม่ดีอีกก็จะถูกแทรกแซง (ให้คนอื่นมาทำแทน) ประเทศไทยเราคงอีกพักใหญ่ๆ ครับ ตอนนี้ที่เห็นทำได้ก็คือ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งออกนอกระบบไปแล้ว คุณครูได้รับค่าตอบแทนสูง แต่ก็ทำงานคุ้มค่า มีการประเมินผลงานเป็นระยะๆครับ

ความพยายามในขณะนี้ก็คือ จะทำให้อัตราจ้างชั่วคราวมีลักษณะถาวรมากกว่าเดิม โดยขยับทีละขั้น ขั้นแรกคงผลักดันให้เป็นพนักงานราชการก่อน อีกสักพักนึงค่อยขยับให้มั่นคงมากขึ้นตามลำดับ เรื่องนี้เป็นเรื่องของสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) แต่ สนผ. ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของแผน ขณะนี้ได้แล้ว 2 ตำแหน่งคือ พัสดุ และ การเงิน ตำแหน่งต่อไปคือธุรการ แต่ สพฐ. จะเสนอตำแหน่งอื่นควบไปด้วย ดังนั้นขอให้พี่น้องอัตราจ้างทั้งหลายคอยติดตามข่าวก็แล้วกัน สำหรับครูอัตราจ้างไม่ว่าจะเป็น ครูวิทย์-คณิต , ครูแก้ปัญหาขาดครูขั้นวิกฤติ , ครูในโรงเรียนพระราชดำริ , ครูสาขาขาดแคลน ท่านมีตำแหน่งถาวรของท่านแล้ว คือ ครูผู้ช่วยที่เขตต่างๆ เปิดสอบ และเปิดโอกาสให้ท่านได้อยู่ในกลุ่มโควต้าพิเศษ เพราะถือว่ามีประสบการณ์ในการสอน และมีใบประกอบวิชาชีพครู ส่วนครูธุรการและพี่เลี้ยงเด็ก ถึงแม้ว่าจะจบปริญญาตรีและมีใบประกาศวิชาชีพครู แต่ก็ไม่มีสิทธิ์สอบในกลุ่มโควตาพิเศษ แต่มีสิทธิ์สอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยในแบบปกติครับ เจตนารมณ์ของตำแหน่งธุรการก็เพื่อให้คุณครูได้รับการแบ่งเบาภาระงานที่ไม่ใช่งานสอนออกไป ครูจะได้ทำการสอนได้เต็มที่ ดังนั้น น้องๆธุรการที่เรียนจบทางครูมา มีใบประกอบวิชาชีพครู และชอบสอนนักเรียน ผมเชียร์ให้ไปเป็นครูครับ

4. การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ในรอบปีที่ผ่านมา โรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่หลายแห่ง ประสบภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ กัน แต่ที่หนักๆ คือ อุทกภัยและวาตภัย สพฐ. ได้รับงบกลางจากรัฐบาลมาแล้ว 2 รอบ รอบแรก 898 ล้านบาท (เป็นเงินลงทุนเพื่อซ่อมแซม 442 ล้านบาท งบดำเนินงานเพื่อซื้อสื่อ อุปกรณ์ ซ่อมแซมต่ำกว่า 50,000 บาท 219 ล้านบาท และงบอุดหนุนสำหรับเป็นค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้านักเรียน 237 ล้านบาท) รอบสองเป็นงบลงทุนเพื่อซ่อมแซม 1,353 ล้านบาท ขณะนี้กำลังเก็บตกรอบสุดท้ายซึ่งส่วนใหญ่ เหตุเกิดขึ้นที่ภาคใต้ และที่ตกค้างอีกประปราย อีกประมาณ 600 ล้านบาท งบประมาณ 2 รอบดังกล่าวถึงเขตและโรงเรียนแล้วครับ ดูรายชื่อที่หน้าเว็บไซต์ของสำนักนโยบายและแผนได้ครับ พออนุมัติปุ๊บ ผมรีบให้นำรายชื่อลงเว็บไซต์เลย เพื่อกันคนแอบอ้าง ซึ่งจะเกิดขึ้นสองช่วง ช่วงแรกของบก็แอบอ้างว่าจะช่วยวิ่งเต้นให้ รอบสองได้งานมาแล้วก็ไปแอบอ้างว่าไปช่วยวิ่งเต้นมานะเนี่ย ดังนั้นงานนี้ต้องยกให้เขาทำ ขอเรียนให้ทราบว่าอย่าหลงเชื่อ ท่านได้รับงบประมาณตามสิทธิ์ของท่าน บางแห่งช้า บางแห่งเร็ว บางแห่งได้เต็มจำนวน บางแห่งถูกตัดไปส่วนหนึ่ง ทุกรายการมีเหตุผลชี้แจง ถามสำนักนโยบายและแผนซึ่งมีคำชี้แจงชัดเจนครับ ส่วนรอบตกค้างคงได้ประมาณเดือนมีนาคม 2555 ครับ งบประมาณที่กล่าวถึงเป็นงบกลาง ถ้าเหลือจ่ายต้องส่งคืน ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงรายการต่างไปจากใบโอนงวดเงิน ต้องขอเปลี่ยนแปลงไปยังสำนักงบประมาณ พยายามใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

5. แผนปฏิบัติการประจำปี 2555 / และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาปี 2555-2558

ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายสำหรับนักวางแผนการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะงบประมาณช้ากว่าปกติถึง 5 เดือน ถึงแม้ว่า พ.ร.บ. งบประมาณ 2555 จะผ่านปลายเดือน มกราคม 2555 ก็ตาม แต่นี่จะสิ้นเดือนกุมภาพันธ์แล้ว งบประมาณส่วนที่เหลืออีกสองในสามยังได้มาไม่ครบเลย บัญชีจัดสรรพร้อมแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นงบของเขต 5+3 และ 4+3 สำหรับเขตประถมและมัธยม ตามลำดับ (จ่ายไป 2 ล้านแล้ว) กำลังหารือกับท่านเลขาธิการเกี่ยวกับงานตามนโยบายการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ซึ่งบางเขตรับไป 1 ล้านบาทแล้ว เขตที่เหลือจะชดเชยอย่างไรเพื่อมิให้เกิดการลักลั่นกัน ส่วนเรื่องเงินเดือนใหม่ วิทยฐานะ เรียนฟรี(ซ่อมการเรียนที่ 1/2554 และภาคเรียนที่ 2/2555) รวมทั้งงบพัฒนาคุณภาพอื่นๆ ซึ่งขณะนี้แผนปฏิบัติการประจำปี 2555 ของ สพฐ. เสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับแผน 4 ปี 2555-2558 จะมีการปรับปรุงอีกเล็กน้อย ที่กำหนดให้เขตส่งแผน 4 ปี ภายในเดือนมกราคม ขอขยับเป็นภายในเดือนมีนาคม 2555 ครับ ขณะที่งบ 55 ก็มาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะนี้ก็เริ่มตั้งงบประมาณปี 2556 แล้วครับ โดยเฉพาะรายจ่ายขั้นต่ำ กำหนดเรียบร้อยแล้ว หลายท่านเปิดดูหนังสือสั่งการของสำนักงบประมาณ เรื่องการให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายขั้นต่ำ ซึ่งกล่าวถึงเฉพาะงบบุคลากร (เงินเดือน ค่าจ้าง ประจำ วิทยฐานะ) งบดำเนินงาน งบลงทุนที่ผูกพันต้องจ่ายตามกฎหมาย อ่านแล้วก็ตกใจว่าอัตราจ้างไม่ได้ตั้งงบประมาณ ขอเรียนให้ทราบว่าอัตราจ้างชั่วคราวเป็นงบดำเนินงานอยู่ในโครงการ/ผลผลิต ถือว่าเป็นงบพัฒนาไม่ได้เป็นงบประจำ ตั้งให้ทุกตำแหน่งที่เคยมีอยู่ครับ แต่ธุรการจะเพิ่มอีกประมาณ 5,000 อัตรา ด้วยเหตุผลที่เคยเรียนให้ทราบแล้วครับ สำหรับอัตราจ้างในปี 2555 นี้ ขอเรียนให้ทราบว่าจ้างครบ 12 เดือน งบประมาณค่อยๆ โอนมาให้ตามที่ได้รับ หากงบประมาณโอนมาล่าช้าคงต้องขอความอนุเคราะห์จาก สพท./โรงเรียน ใช้งบประมาณอื่นทดรองจ่ายให้น้องๆ ไปก่อน(ถ้ามี) น้องๆ ก็จะได้มีขวัญ กำลังใจ และมีแรงทำงานให้เรา(เพราะกินอิ่ม นอนหลับ ฝันดีไง) เวลาที่เหลืออีกประมาณ 7 เดือน ก็ปฏิบัติงานตามปกติเป็นส่วนใหญ่ งานที่เน้นเป็นพิเศษ คือ เรื่องการพัฒนาครูและนักเรียนด้านภาษาอังกฤษ ทักษะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา(Tablet) การเพิ่มศักยภาพนักเรียน การพัฒนาโรงเรียนและแหล่งเรียนรู้ รัฐมนตรีท่านปัจจุบันมีพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์ ดังนั้นจะได้ยินท่านกล่าวถึงเรื่องประสิทธิภาพในการจัดการ ความเสมอภาค ความทั่วถึง ความเป็นธรรม บ่อยมาก เน้นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวนักเรียนมากเป็นพิเศษ สิ่งใดที่ทำแล้วเกิดผลต่อนักเรียนน้อย ให้ชะลอหรือยุติไปเลย ซึ่งเป็นนโยบายที่น่าสนับสนุนและนำไปปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง

ท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการทำงาน รักตัวเอง รักเพื่อนมนุษย์ รักสังคมและรักษ์สิ่งแวดล้อม สวัสดีครับ แล้วพบกันใหม่ ฉบับหน้า 3/2555

ที่มา : ผอ.รังสรรค์ มณีเล็ก ผอ.สนผ.

admin เมื่อ กุมภาพันธ์ 24 2012 20:13:21 0คำติ-ชม · 181 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
หน้า 1 จาก 28 1 2 3 4 > >>
WIN-WINนำชัยทุกสนามสอบ
แนะนำวิทยากร
ล็อกอิน
ชื่อ

รหัสผ่าน



ถ้าคุณไม่ใช่สมาชิก
สมัครที่นี่

ถ้าลืมรหัสผ่าน
สามารถขอใหม่ได้ที่นี่.
edu_minister@Twitter
Google Adsense2
สถานที่อบรม
โรงแรมอิมพีเรียลสกล
โรงแรมลีลาวดี
โรงแรมสาเกตนคร
โรงแรมเพชรเกษม
โรงแรมนิภาการ์เด้น
โรงแรมศิรินาถการ์เด้น
โรงแรมไดอิชิ
โรงแรมเทวราช
โรงแรมสีหารา
โรงแรมปทุมรัตน์
ตารางติวเข้ม

แนะนำ
เพื่อนบ้าน2






ติวออนไลน์กับWIN-WIN

WIN-WIN
kruthailand

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ



View shoutbox
www.kruthailand.net
เว็บไซต์เพื่อการศึกษา สำหรับครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วไทย
ชมรมพัฒนาวิชาชีพครูและผู้บริหารเพื่อการปฏิรูปการศึกษาแห่งประเทศไทย
เว็บมาสเตอร์ : พรชัย นาชัยเวียง joe_pornchai@hotmail.com
Tel : 089-2772941 , 086-1850295, 054-792905