หน้าแรก · บทความ · ดาวน์โหลด · กระดานข่าว · สมุดเยี่ยม19/06/2013 08:02:13
อ่านกระทู้
Kruthailand.net: สื่อสร้างสรรค์ของครูไทย | kruthailand | ข่าวการศึกษา
หน้า 1 จาก 2 1 2 >
โดย Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 11-03-2010 10:44
Update..รอบรู้ พลวัต ก่อนสอบได้ที่นี่ ครับ ฉบับ 5 วันก่อนสอบ
แก้ไขโดย admin เมื่อ 16-04-2010 14:27
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 13-03-2010 14:31
สังคม เศรษฐกิจ การเมือง
แก้ไขโดย admin เมื่อ 10-04-2010 21:55
http://www.kruthailand.net
โดย early retired
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 14-03-2010 13:14
นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2553 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ประจำปี 2554 - 2555 ซึ่งกระทรวงการคลังสนับสนุนมาตรการดังกล่าว โดยปี 2554 ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิมคือ ผู้ที่จะเข้าร่วมมาตรการฯ ที่เป็นข้าราชการต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป และข้าราชการทหารต้องมีอายุ 45 ปีขึ้นไป ในส่วนของการบริหารกำลังคนก็ยังคงเช่นเดิม แต่ประเด็นที่มีการปรับปรุงคือ ในปี 2555 ได้ปรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จากเดิมที่กำหนดให้มีเวลาราชการที่เหลือ ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เป็นตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป และได้มอบหมายให้หน่วยงานกลางร่วมกันพิจารณาปรับกำหนดการดำเนินการตาม มาตรการฯ ให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ส่วนราชการมีเวลาในการบริหารจัดการงานและวางแผนการ สรรหาบุคลากรทดแทน หรือแผนการบริหารจัดการอัตรากำลัง จึงได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานกลางเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ต่อไป

นายพฤฒิชัย กล่าวว่า แม้จะมีการปรับคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ แต่ยังคงคำนึงถึงการบริหารจัดการด้านกำลังคนเป็นสำคัญ เพื่อให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนราชการต้องพิจารณาอัตรากำลังคนให้เพียงพอและเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ ของหน่วยงาน ตามกรอบที่กำหนดไว้ด้วย เนื่องจากต้องยุบเลิกตำแหน่งของผู้ที่เข้าร่วมมาตรการฯ โดยมีสาระสำคัญ 5 กรณี คือ

1. หน่วยงานที่ ครม. มีมติให้ปรับเปลี่ยนสถานะโดยออกจากระบบราชการ จะไม่จำกัดจำนวนคนที่จะเออรี่ และต้องยุบตำแหน่ง

2. หน่วยงานประสงค์จะยุบเลิกบางภารกิจ ไม่กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้ที่จะเออรี่ แต่ต้องยุบเลิกตำแหน่ง

3. หน่วยงานมีอัตรากำลังเกิน กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ไม่เกินร้อยละ 10 ของกลุ่มเป้าหมายและส่วนราชการต้องยุบเลิกตำแหน่ง

4. หน่วยงานมีอัตรากำลังเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แต่มีข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละที่กำหนด คือ

- ตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไป กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้ที่จะเออรี่ไม่เกินร้อยละ 10 ของกลุ่มเป้าหมาย และส่วนราชการไม่ต้องยุบเลิกตำแหน่ง

- ตั้งแต่ร้อยละ 15 แต่ไม่ถึงร้อยละ 20 กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้ที่จะเออรี่ ไม่เกินร้อยละ 7.5 และ ส่วนราชการไม่ต้องยุบเลิกตำแหน่ง

- ตั้งแต่ร้อยละ 10 แต่ไม่ถึงร้อยละ 15 กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้ที่จะเออรี่ ไม่เกินร้อยละ 5 ของกลุ่มเป้าหมาย และส่วนราชการไม่ต้องยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ อ.ก.พ.กระทรวงพิจารณาเกลี่ยจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ของส่วนราชการภายในกระทรวงได้

5. หน่วยงานมีอัตรากำลังไม่เพียงพอแก่การทำงานตามบทบาท ภารกิจ และมีจำนวนข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละที่กำหนด คือ

- ตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไป กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้ที่จะเออรี่ไม่เกินร้อยละ 5 ของกลุ่มเป้าหมาย และส่วนราชการไม่ต้องยุบเลิกตำแหน่ง

- ตั้งแต่ร้อยละ 10 แต่ไม่ถึงร้อยละ 20 กำหนดจำนวนสูงสุดของผู้ที่จะเออรี่ ไม่เกินร้อยละ 3 ของกลุ่มเป้าหมาย และส่วนราชการไม่ต้องยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ อ.ก.พ.กระทรวงพิจารณาเกลี่ยจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ของส่วนราชการภายในกระทรวงได้

"ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 มีผู้เข้าร่วมโครงการ 24,180 ราย โดยได้รับเงินในปีงบฯ 2553 และจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2553 ได้จ่ายเงินช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวแล้ว จำนวน 19,698 คน เป็นจำนวนเงิน 7,363.45 ล้านบาท สำหรับมาตรการที่ปรับเกณฑ์ใหม่ในปี 2555 ผู้ที่จะเออรี่เร็วต้องตัดสินใจเร็วขึ้นกว่าเดิม 1 ปี เห็นว่า น่าจะไม่มีผลกระทบอย่างใด เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่เออรี่จะมีเป้าหมายประกอบอาชีพอื่นรองรับไว้แล้ว โดยนำเงินช่วยเหลือตอนออกจากราชการไปเป็นทุน"นายพฤฒิชัย กล่าว




ที่มา - มติชนออนไลน์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274867947&grpid=&catid=05
แก้ไขโดย admin เมื่อ 27-05-2010 10:55
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 01-04-2010 10:44
กินเหนียวใต้เล ประเพณีใหม่วิวาห์ใต้สมุทรเมืองตรัง


ที่มา : แหล่งข่าว มติชน วันที่ 24 มกราคม 2549


โดย เจษรา หนูสังข์

จังหวัดตรังทางภาคใต้ของประเทศไทย นอกจากจะมีทรัพยากรธรรมชาติสวยงาม อุดมสมบูรณ์เพื่อการท่องเที่ยว ทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขา ชายหาด และเกาะแก่งแล้ว ชื่อเสียงของจังหวัดตรังอีกอย่างคือ "วัฒนธรรมการกินอยู่"
โดยเฉพาะวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ จนเกิดเป็น "สภากาแฟ" ขึ้นตามร้านกาแฟต่างๆ ภายในตัวเมืองที่มีถึง 50-60 ร้าน
ที่เกิดวัฒนธรรมเช่นนี้มีการกล่าวกันว่ามาจากความสนใจด้านการเมืองของคนตรัง ที่ทุกเช้าหลังกรีดยางเสร็จจะมานั่งร้านกาแฟแล้วคุยกันเรื่องการเมือง แต่ที่มาของสภากาแฟอีกอันน่าจะมาจากการที่เมืองตรังมี
"ของกิน" อาหารและขนมมากมาย และอร่อยทุกอย่าง ที่ขึ้นชื่อก็ หมูย่าง-ติ่มซำ-ซาลาเปา ใครไปชิมแล้วยอมรับยกนิ้วให้ทุกราย

สำหรับเรื่องอาหารการกินนี้ มีประเพณีอีกอย่างของจังหวัดตรัง คือการ "กินเหนียว ใต้เล" ซึ่งถือเป็นประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นประเพณีเกิดใหม่มาประมาณ 10 ปี เมื่อมีการจัดงานโปรโมตการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง "งานวิวาห์ใต้สมุทร"

ทางผู้เกี่ยวข้องนับแต่ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปซึ่งถือเป็นตัวแทนภาครัฐ รวมไปถึงภาคเอกชน นักธุรกิจและนักการเมืองในจังหวัดตรัง พยายามผลักดันให้ประเพณี "กินเหนียว ใต้เล" หรือวิวาห์ใต้สมุทร เป็นประเพณีของจังหวัดตรัง
"เหนียว" คือ ข้าวเหนียว ที่เป็นอาหารหลักของคนอีสานนั่นแหละ
เหนียว หรือข้าวเหนียวของคนภาคใต้นั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญในประเพณีการแต่งงานของชาวตรัง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า บ้านไหนที่จะมีงานมงคลแต่งงานลูกหลาน หากไม่มีการจัดเลี้ยง "เหนียว-แกงไก่" ถือว่าไม่ทำตามประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

การที่ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวกินเหนียวในงานแต่งงานนั้นมีความเชื่อว่า "ข้าวเหนียว" ทำให้คู่บ่าวสาวและครอบครัวทั้งสองฝ่าย รักกันเหนียวแน่นยืนนาน ยิ่งบ้านไหนทำข้าวเหนียวแกงไก่ได้รสชาติดี อร่อย ก็จะเป็นที่ร่ำลือกันว่า ในอนาคตครอบครัวนั้นจะมีความสุขเปรียบเสมือนรสชาติกลมกล่อมของข้าวเหนียวแกงไก่ ที่มีทั้ง หวาน มัน เค็ม เผ็ดเล็กน้อย และมีสีสันที่สวยงาม

จากประเพณี "กินเหนียว" ดังกล่าว ถูกนำไปแปลงเป็น "กินเหนียว ใต้เล" หรืองานวิวาห์ใต้สมุทร ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนแห่งความรัก คือ เดือนกุมภาพันธ์ สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2549 งานวิวาห์ใต้สมุทรของจังหวัดตรังถูกจัดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้ว มีแนวคิดในการจัดงาน คือ แสดงให้เห็นว่า "ตรัง" เป็นเมืองแห่งความรัก โดยทางจังหวัดตรังจะเชิญชวนคู่บ่าว-สาวชาวต่างชาติ จำนวน 20 คู่ มาเข้าพิธีวิวาห์ใต้สมุทร โดยการจดทะเบียนสมรสใต้น้ำ ซึ่งมีความหมายเปรียบเทียบว่า การจดทะเบียนใต้น้ำทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น มีความสงบร่มเย็นเหมือนสายน้ำ
เชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ ว่าเป็นการจัดงานที่มีความโดดเด่น ซึ่งปีนี้จังหวัดตรังจะจัดงานให้ยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากจะเป็นวันครบรอบ 1 ทศวรรษของการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทรแล้ว ยังเป็นปีมหามงคลของจังหวัดตรังที่มีอายุครบ 90 ปีแห่งการจัดตั้งจังหวัดตรังขึ้น

"จังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่อยู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จึงมีชายหาดที่สวยงามยาวถึง 119 กิโลเมตร ธรรมชาติทุกอย่างยังสวยสดงดงาม น่าเสียดายว่าธรรมชาติอันสวยงามนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนมากนัก จึงหวังว่าการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทร ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์นี้ จะทำให้จังหวัดตรังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก"
ด้าน *สุรินทร์ โตทับเที่ยง* ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดตรัง ส่วนหนึ่งของคณะจัดงานครั้งนี้บอกว่า งานวิวาห์ใต้สมุทรเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจจริงของคนตรัง ปีนี้จะจัด "กินเหนียว ใต้เล" ซึ่งหลายคนอาจงงว่ากินข้าวเหนียวใต้ทะเลเป็นอย่างไร

"คนจังหวัดตรัง จริงๆ แล้วในงานแต่งงานจะมีพิธีกินข้าวเหนียวมูล เพื่อให้คู่บ่าวสาวมีความรักที่เหนียวแน่น หนุ่มตรังเวลาเจอหน้ากันก็มักจะถามสาวๆ ว่าเมื่อไหร่กินข้าวเหนียว หมายความว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน ในปีนี้จึงมีสโลแกนของงานว่า กินเหนียว ใต้เล ซึ่งคำว่าท้องทะเล คนตรังจะเรียกว่าใต้เล" นอกจากประเพณีท้องถิ่นดังกล่าวแล้ว ยังจัดสร้างบรรยากาศให้โรแมนติคด้วยการ ร่วมกันปลูก "ต้นไม้แห่งความรัก" โดยให้คู่บ่าวสาวทุกคู่ร่วมปลูกต้นไม้แห่งความรัก เพื่อว่าในอีก 50 ปีข้างหน้าจะได้พาลูกหลานกลับมาเที่ยวจังหวัดตรัง และได้เห็นว่าต้นไม้ที่ปลูกไว้นั้นสวยงามแค่ไหน สำหรับงานวิวาห์ใต้สมุทรครั้งนี้มีคู่บ่าวสาวแจ้งเข้าร่วมงานแล้วทั้งจากประเทศเกาหลี ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา



กินเหนียว..............
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 07-04-2010 04:03
โตโยต้าบริหารอย่างไร จึงเป็นบริษัทชั้นนำของโลก

"Toyota way แบ่งออกเป็น 2 เสาหลัก คือ "การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง" (continuous improvement) และ "การเคารพนับถือในคน" (respect for people)
"

Toyota way แบ่งออกเป็น 2 เสาหลัก คือ "การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง" (continuous improvement) และ "การเคารพนับถือในคน" (respect for people)

ซึ่งความจริงแล้วเนื้อความของ Toyota way ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นหลักการที่ผมคิดว่าหลายๆ ท่านก็คงจะเคยได้ยินกันอยู่แล้ว แต่ถูกนำมาตอกย้ำกันอีกครั้ง

Toyota way แบ่งออกเป็น 2 เสาหลัก คือ "การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง" (continuous improvement) และ "การเคารพนับถือในคน" (respect for people) ข้อที่น่าสังเกตคือ ในเสาหลักที่ 1 นั้นจะเป็นการพูดถึงในมุมมองของ "งาน" การปรับปรุงพัฒนางานด้วยความคิดที่ไม่เคยพอใจกับสภาพในปัจจุบันและแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา ด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ และการทุ่มเทความพยายาม ในขณะที่เสาหลักที่ 2 จะเป็นการพูดถึง "คน" หรือพนักงานในองค์การนั่นเอง ซึ่งมาจากความเชื่อที่ว่า ความสำเร็จในธุรกิจนั้นมาจากการสร้างสรรค์ของพนักงานแต่ละคน และยิ่งมีพลังมากขึ้น เมื่อรวมตัวกันขึ้นมาเป็นทีมที่เข้มแข็ง

จาก 2 เสาหลักนี้ก็ยังแบ่งย่อยออกไปเป็นอีก 5 เรื่องย่อยคือ Challenge, Kaizen, Genchi/Genbutsu, Respect และ Teamwork

Challenge - เรากำหนดวิสัยทัศน์ข้างหน้าอย่างท้าทาย และมุ่งมั่นในการทำความฝันนั้นให้เป็นจริง

- สร้างสรรค์คุณค่าให้กับลูกค้าผ่านการผลิตและการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ

- จิตวิญญาณแห่งการท้าทาย ความมุ่งมั่นอย่างสร้างสรรค์

- มุมมองระยะยาว ความยั่งยืน

- การพิจารณา การตัดสินใจ อย่างรอบคอบ คำนึงถึงความเสี่ยง

Kaizen - เราปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง เพื่อนำไปสู่การพัฒนา และการเจริญเติบโต

- จิตวิญญาณแห่งการปรับปรุง และความคิดพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

- สร้างระบบและการทำงานที่ปราศจากความสูญเสีย (lean)

- รณรงค์ส่งเสริมองค์การแห่งการเรียนรู้

Genchi/Genbutsu - เราปฏิบัติตามแนวคิด Genchi/Genbutsu ไปที่ต้นตอหรือแหล่งกำเนิด เพื่อดูสภาพที่แท้จริง ค้นหาข้อเท็จจริง ทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง โดยการหาฉันทามติร่วมกันของทีม และสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วที่สุด

- การสร้างฉันทามติอย่างมีประสิทธิผล

- มุ่งมั่นต่อการบรรลุเป้าหมาย

Respect - เราเคารพนับถือ ให้เกียรติ พยายามทำความเข้าใจผู้อื่น ร่วมรับผิดชอบ และทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อถือร่วมกัน (mutual trust)

- ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ องค์กร (stakenholders)

- ความเชื่อถือและความรับผิดชอบร่วมกัน

- การสื่อสารอย่างจริงใจ เปิดเผย

Teamwork - เรากระตุ้น สนับสนุนและสร้างโอกาสต่อการเจริญเติบโต พัฒนา ในส่วนบุคคล และอาชีพการงาน ควบคู่ไปกับผลการทำงานที่ดีที่สุด ทั้งของตัวพนักงานเองและทีม

- ให้ความสำคัญต่อการศึกษาและการพัฒนาของพนักงาน

- นับถือความเป็นส่วนบุคคล พร้อมกันกับตระหนักถึงพลังของทีม

(เรียบเรียงจากบทความของ "กฤชชัย อนรรฆมณี" จากนิตยสาร Productivity World)


http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 07-04-2010 05:03
แนวทางการปฏิบัติราชการ
ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553

หลักการและที่มา
การจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการ เป็นการดำเนินการตามกรอบแนวทางการบริหารราชการตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 3/1 ที่กำหนดเป้าประสงค์ไว้ว่า ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ ลดขั้นตอน การปฏิบัติงาน ลดภารกิจที่ไม่จำเป็น กระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระจายอำนาจการตัดสินใจ อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. 2551 – 2555 และกำหนดกติกาใหม่ในการบริหารราชการแผ่นดินด้วยการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
สำนักงาน ก.พ.ร. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงได้กำหนดแนวทางการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี เพื่อใช้เป็นกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการ โดยมีคณะกรรมการเจรจาข้อตกลงและประเมินผลที่สำนักงาน ก.พ.ร. แต่งตั้ง ได้มีการเจรจากับส่วนราชการเพื่อกำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการประจำปี
ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำรายละเอียดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ซึ่งผ่านการเจรจากับคณะกรรมการเจรจาข้อตกลงว่าด้วยผลงานที่สำนักงาน ก.พ.ร. มอบหมายและเห็นชอบร่วมกันให้ใช้เป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการประจำปีโดยมีกรอบการประเมิน 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ด้านประสิทธิผลตามแผนปฏิบัติราชการ มิติที่ 2 ด้านคุณภาพการให้บริการ มิติที่ 3 ด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ และมิติที่ 4 ด้านการพัฒนาองค์กร มีตัวชี้วัดที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องดำเนินการทั้งสิ้น 15 ตัวชี้วัดหลัก 52 ตัวชี้วัดย่อย
แนวทางการปฏิบัติราชการ
เพื่อให้การปฏิบัติราชการสามารถสนองตอบต่อนโยบายได้อย่างครบถ้วน จึงเห็นสมควรให้มีการบูรณาการการปฏิบัติงานให้มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1. การกำหนดตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี ต้องเป็นตัวชี้วัดที่ปรากฎในแผนปฏิบัติราชการประจำปีหรือให้มีกิจกรรมรองรับครบถ้วนทุกตัวชี้วัด
2. กำหนดเจ้าภาพหลักในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ จุดเน้น และทุกตัวชี้วัด เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบหลักทั้งในระดับกลยุทธ์ จุดเน้น และทุกตัวชี้วัดที่จะต้องดำเนินการ ทั้งนี้อาจจัดให้มีเจ้าภาพร่วมในกรณีตัวชี้วัดที่จะต้องดำเนินงานร่วมกันด้วย
3. สร้างความเข้าใจในการดำเนินการตามกลยุทธ์ จุดเน้น และตามคำรับรองฯอย่างทั่วถึงทั้งองค์กร เพื่อให้บุคลากรมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกัน
4. ดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการประจำปีอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยให้ถือเป็นวาระสำคัญขององค์กรทุกระดับที่จะสะท้อนความสำเร็จของการปฏิบัติราชการสู่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการประเมินเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานเป็นระยะ ตามรอบระยะเวลา 6, 9 และ 12 เดือน
5. พัฒนาระบบกำกับติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการที่ชัดเจนมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ติดตามและรายงานผลการปฏิบัติงานและเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงาน รวมทั้งเพื่อพัฒนาระบบการติดตามให้สามารถเชื่อมโยงการรายงานผลการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งในระดับ สพฐ. ประกอบด้วย
5.1 ระบบ KRS (KPI Report system) เป็นระบบรายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีที่พัฒนาขึ้น เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดได้ใช้รายงานผลการปฏิบัติราชการตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี
5.2 ระบบ ARS (Action plan Report system) เป็นระบบรายงานผลการปฏิบัติราชการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีที่พัฒนาขึ้น เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดได้ใช้รายงานผลการปฏิบัติราชการตัวชี้วัดตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี
5.3 ระบบ AMSS (Area Management Support System) เป็นระบบสนับสนุนการบริหารจัดการของเขตพื้นที่การศึกษา ที่พัฒนาขึ้นให้เขตพื้นที่การศึกษาใช้ในการกำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษา และของสถานศึกษาในสังกัด
โดยระบบ KRS และ ARS จะแสดงผลการดำเนินงานเป็นปัจจุบัน (Real Time) ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปพัฒนาปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นทันต่อสถานการณ์ได้
6. สรุปและรายงานผลการปฏิบัติราชการประจำปีโดยรายงานผลการดำเนินงานผ่านระบบดังกล่าวข้างต้นให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด โดยให้มีเอกสารอ้างอิงรายละเอียดกระบวนการดำเนินงานสู่ความสำเร็จทุกตัวชี้วัดอย่างชัดเจน สามารถรับการประเมินของ หน่วยประเมินภายนอกที่สำนักงาน ก.พ.ร. มอบหมาย รวมทั้งระบุอุปสรรคปัญหาในการดำเนินงานเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาการปฏิบัติราชการต่อไป
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1.ความพร้อมขององค์กรในการบริหารจัดการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี ที่มีกรอบทิศทางการดำเนินงาน ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมายและกรอบแผนตามโครงการ รายละเอียดด้านงบประมาณ และแนวทางการติดตามประเมินผลแผน นอกจากนี้ อาจต้องมีแผนเฉพาะกิจขององค์กร เช่น แผนพัฒนาวิชาการ แผนพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม แผนพัฒนาวิชาชีพ แผนพัฒนาสุขภาพพลานามัย แผนพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น
2. การบริหารการเปลี่ยนแปลงในองค์กร โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ต้องนำแนวทางการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) มาใช้ในการพัฒนาองค์กร การจัดทำแผนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา แผนจัดการความรู้ (KM Active plan) เป็นต้น
3.การเสริมสร้างวัฒนธรรม ค่านิยมในการทำงานเพื่อประชาชน บุคลากรในองค์กรทุกระดับทุกคนได้รับการเสริมสร้างให้มีวัฒนธรรมและค่านิยมในการปฏิบัติราชการ ดังนี้
•มุ่งสร้างประโยชน์ให้ประชาชนและประเทศชาติ มีทัศนคติและอุดมการณ์เพื่อส่วนรวม
•ซื่อสัตย์ สุจริต มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ มีระเบียบวินัย มีคุณธรรม มีจิตบริการ
•เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นมิตรกับประชาชน พร้อมให้ความช่วยเหลือ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและมั่นคงในอารมณ์
•มีความรับผิดชอบเป็นที่พึ่งของประชาชน ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ เป็นที่พึ่งของ
ประชาชนได้ มีความกระตือรือร้นที่จะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
•ยืนหยัดในคุณธรรม เกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี กล้าหาญ ทนทานต่ออุปสรรค ยึดถือประโยชน์ของชาติและประชาชน
•ทันสมัย ทันโลก ทันสถานการณ์ ใฝ่ความรู้ รู้จักมองการณ์ไกลและมีวิสัยทัศน์
•มีวัฒนธรรมที่มุ่งความเป็นเลิศของงาน รู้จักเรียนรู้ร่วมกัน ยอมรับข้อผิดพลาดและ
ปรับปรุงให้มีคุณภาพอยู่เสมอ
4. การเสริมสร้างขีดสมรรถนะองค์กร (Capacity Building) ส่วนราชการทุกระดับได้พัฒนาให้มีความสามารถในการดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งการเพิ่มสมรรนะด้านสารสนเทศ(IT) หรือการเพิ่มสมรรถนะบุคลากรตามหลักการวิเคราะห์ Gap Analysis
5. การสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติราชการและการประเมินผล โดยส่วนราชการทุกระดับต้องเสริมสร้างให้บุคลากรมีความเข้าใจในการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีอย่างถูกต้อง สามารถประเมินผลและรายงานผลตามระบบ/วิธีการที่กำหนดได้อย่างครบถ้วนตรงประเด็น
การดำเนินงาน
ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. ระดับนโยบาย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดให้เรื่องคำรับรองการปฏิบัติราชการเป็นวาระร่วมกันของทุกส่วนราชการ โดยให้มีรองผู้อำนวยการสำนักดูแลรับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อให้มีการดำเนินการเป็นไปอย่างทั่วถึง โดยหลักการมีส่วนร่วม และมีการบูรณาการการดำเนินงาน
2.แต่งตั้งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่รับผิดชอบด้านนโยบายและแผนเป็นหัวหน้าผู้บริหารการเปลี่ยนแปลง (Chief Change Officer : CCO ) เป็นผู้รับผิดชอบหลักและแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา ด้านการพัฒนาระบบบริหาร เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริหารราชการของส่วนราชการในสังกัด
3. แต่งตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนัก/หน่วย/ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) เพื่อใช้ในการสื่อสารให้สามารถเข้าใจได้ตรงกันทุกระดับ และนำสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.ประชุมชี้แจงการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี ให้ผู้แทนจากสำนัก/หน่วย/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีความรู้ความเข้าใจ สามารถดำเนินการได้ถูกต้อง ตรงประเด็นการวัดและประเมินผล
5.บูรณาการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีกับแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อให้มีเอกภาพในการนำสู่การปฏิบัติในทุกระดับของส่วนราชการ และหน่วยงานในสังกัด และจัดทำแผนงานโครงการสนับสนุนตัวชี้วัด
6. จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ ระหว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการสำนัก กับเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
7. พัฒนาระบบควบคุม กำกับติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานหลากหลายช่องทาง เช่น การรายงานเอกสาร การรายงานผ่านสื่อ IT เช่น SMISS, OBEC51 ระยะที่ 2, ระบบ KRS, ARS และ AMSS กำหนดผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด ผู้จัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัด และผู้รายงานตัวชี้วัดผ่านระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงานฯ พร้อมทั้งพัฒนาช่องทางการสื่อสารให้สะดวก รวดเร็ว ทันสถานการณ์
8.จัดทำปฏิทินการดำเนินการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ แสดงความชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม ในระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนัก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา เพื่อใช้กำกับติดตามให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามปฏิทิน
9.ประสานและส่งเสริมการพัฒนาระบบการให้ผลตอบแทนและการเสริมแรงจูงใจ ประกอบด้วย การกำหนดมาตรการให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา นำตัวชี้วัดในคำรับรองการปฏิบัติราชการไปเชื่อมโยงกับวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน การกำหนดเกณฑ์การจัดสรรเงินรางวัลให้เหมาะสมและส่งผลให้ฝ่ายบริหารทุกระดับสามารถนำผลการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการไปเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรและพัฒนาองค์กรให้บรรลุวิสัยทัศน์องค์กร ตามเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. สร้างความรู้ความเข้าใจ การดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ และการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีให้บุคลากรในหน่วยงานและสถานศึกษาตระหนักในภารกิจที่จะต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stake holders) รับทราบเพื่อให้การสนับสนุน ให้ความร่วมมือเพื่อการระดมทรัพยากร ฯลฯ
2. กำหนดให้มีผู้กำกับดูแลตัวชี้วัดและผู้เก็บข้อมูลในแต่ละตัวชี้วัด และจัดทำแผนงาน โครงการ/กิจกรรมสนับสนุนตัวชี้วัด
3. มอบหมายให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รับผิดชอบงานการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี การปฏิบัติราชการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี ทั้ง 6 กลยุทธ์ และมอบหมายให้มีเจ้าภาพหลักและเจ้าภาพรอง ในการประสาน กำกับ ติดตามประเมินและรายงานผลการดำเนินงานตัวชี้วัด
4. เร่งรัดดำเนินการตามตัวชี้วัด เพื่อให้สามารถปรับปรุง พัฒนาการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. จัดทำแบบวัดความพึงพอใจในกระบวนงานบริการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขคุณภาพการให้บริการ
6. จัดทำและดำเนินการลดรอบระยะเวลาลดขั้นตอนการดำเนินงาน กำกับติดตามให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกรอบระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
7. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินตนเองของหน่วยงาน/สถานศึกษา ประกอบด้วยผู้แทนจากภายในและผู้แทนจากภายนอกองค์กร เพื่อรับรองการประเมินตนเอง และวิเคราะห์นำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติงาน
8. กำหนดให้มีการตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงาน (Site Visit) เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคและนำมากำหนดแนวทางแก้ไข
9. รายงานผลการประเมินตนเองในรอบการรายงานผล 6 เดือน , 9 เดือน และ 12 เดือน ตามแบบ SAR Card และปฏิทินการรายงานผ่านระบบ KRS และระบบ ARS ที่กำหนด
10. จัดสรรสิ่งจูงใจให้บุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้ผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปี ผลการปฏิบัติราชการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติราชการ
ระดับสถานศึกษา
1. สร้างความรู้ความเข้าใจกับบุคลากรในสถานศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งอาจรวมถึงชุมชนด้วย
2. กำหนดให้มีผู้กำกับดูแลตัวชี้วัดและผู้จัดเก็บข้อมูลในแต่ละตัวชี้วัด พร้อมจัดทำแผนงานโครงการ/กิจกรรมสนับสนุนตัวชี้วัด
3. มอบหมายให้มีผู้ประสานงานหลัก หรือเจ้าภาพในการกำกับ ติดตามและจัดทำรายงานผลการดำเนินการรายงาน ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสาธารณชน
4. จัดเตรียมเอกสารร่องรอยการดำเนินการ รองรับการติดตามจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ ผู้แทนจากสำนักงาน ก.พ.ร. ที่มาติดตามประเมินผล
5. จัดทำแบบวัดความพึงพอใจในการให้บริการของสถานศึกษาและนำข้อมูลมาปรับปรุงคุณภาพ การให้บริการ
6. จัดให้มีการประเมินตนเองตามตัวชี้วัดที่ต้องปฏิบัติ โดยอาจเชิญกรรมการสถานศึกษามาร่วมเป็นคณะกรรมการประเมิน และรายงานผลตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
7. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลตอบแทนการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ทั้งที่เป็นผลตอบแทนอื่นที่ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงาน
แก้ไขโดย admin เมื่อ 10-04-2010 11:58
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 10-04-2010 10:30
เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง แก่ผู้บริหารสถานศึกษาที่เข้าร่วมสัมมนาการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รุ่นที่ ๕ จากเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร มุกดาหาร ขอนแก่น สระบุรี กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว นราธิวาส และภูเก็ต รวม ๗๐๐ คน


รมว.ศธ. กล่าวว่า ผู้บริหารที่เข้าร่วมสัมมนาวันนี้เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้มีโอกาสพบปะกับรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจากเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคมที่ผ่านมา จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านมารวมใจ ร่วมเป็นพลังในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เพื่อให้การศึกษาเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนการพัฒนาและการแข่งขันของประเทศ ให้การศึกษาเป็นตัวนำที่จะสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ และความจงรักภักดีของคนในชาติ โดยเน้นไปที่คุณภาพตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะไม่พูดถึงโครงสร้างเหมือนการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ผ่านมา เพราะตนในฐานะ รมว.ศธ.จะช่วยดูแลเรื่องนี้ให้เอง



สำหรับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองนั้น จะเร่งดำเนินการใน ๘ เรื่องที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่จะให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง โดยจะเริ่มต้นด้วยการจัดประชุมคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาฯ ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ซึ่งจะเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม เพื่อวางกรอบและทิศทางในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ให้ทุกคนเห็นเป้าหมายตรงกันในการปฏิรูปการศึกษา หลังจากนั้นในเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ จึงจะมีการประชุมสมัชชาการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้ทุกภาคส่วนเห็นเป้าหมายที่ตรงกันในการปฏิรูปการศึกษา โดยจะมีเป้าหมาย ตัวชี้วัดต่างๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้ผลสุดท้ายของการปฏิรูปการศึกษาไปตกอยู่ที่ตัวเด็ก ให้เป็นคนเก่ง ดี มีความสุข มีความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นอกจากนั้นจะดำเนินการต่อในเรื่องของโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ เพื่อให้สนองตอบต่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจะต้องเปลี่ยนความคิดโครงการนี้ใหม่ว่า ไม่ใช่เป็นโครงการที่แจกหนังสือ อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้านักเรียน แต่เป็นโครงการรองรับที่จะให้ทุกคนในวงการศึกษาได้มีส่วนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้โครงการนี้เป็นบันไดขั้นแรกแก่โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาสำหรับเด็กไทยทุกคน

เรื่องที่ ๓ คือ การสร้างโรงเรียนดีประจำตำบล โดยจะมีทั้งห้องวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด ห้อง e-Learning สระว่ายน้ำ มีการจัดทำ School Mapping มีการจัดทำ School Based Management ฯลฯ ซึ่งจะดำเนินการในเขตพื้นที่การศึกษาละ ๑ ตำบล โดยให้หารือร่วมกับ อบต.เพื่อร่วมพัฒนาโรงเรียนดีระดับตำบล และหากตกลงกันได้ รมว.ศธ.จะมีการลงนามความร่วมมือกับ รมว.มหาดไทย รวมทั้งลงนามความร่วมมือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกฯ อบต. เพื่อร่วมกันสร้างและพัฒนาโรงเรียนดีประจำตำบลต่อไปด้วย

เรื่องต่อมาคือ โครงการจัดการศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะเน้นการส่งเสริมพัฒนาครูผู้สอนในบริบทต่างๆ ที่มีความหลากหลาย เพื่อให้มีกรอบความคิดในสังคมที่จะให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะในยุคสังคมประชาธิปไตย ทุกคนต้องร่วมมือกัน

เรื่องที่ ๕ คือ กศน.ตำบล ซึ่งจะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูกสำหรับประชาชน โดยจะให้ กศน.ตำบล จับมือกับ อบต.เช่นเดียวกัน โดยจะให้มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ให้ กศน.ตำบลเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน เช่น ประชาชนในตำบลสามารถเช็คราคายางพารา การใช้ปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ โดยให้ครู กศน.ดูแล และสร้างเครือข่ายรักการอ่านแก่บุตรหลานในชุมชน ให้เกิดการอ่านทั้งในห้องสมุด ในโรงพยาบาล สร้างการอ่านในระหว่างการเดินทาง รวมทั้งการจัดทำมุมหนังสือไว้ที่บ้าน

เรื่องที่ ๖ Teachers Channel เพื่อให้ครูได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดถึงวิธีการสอน กระบวนการสอนที่ดี และสามารถนำไปใช้ได้ในการสอนจริงในห้องเรียน ตลอดถึงจะดำเนินการ Tutor Channel ต่อไป โดยยึดหลักว่า คุณภาพของการเรียนจะต้องเกิดจากการเรียนในห้องเรียนหรือการเติมเต็มความรู้ผ่าน Tutor Channel ส่วนการกวดวิชานอกห้องเรียนนั้น จะเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ ซึ่งจะขอให้โรงเรียนกวดวิชาต่างๆ ช่วยสอนดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะ โยคะ เพื่อเติมเต็มและสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กนอกห้องเรียนมากขึ้น

เรื่องที่ ๗ คือ การสร้างขวัญกำลังใจให้ครู โดยจะมีการผลักดัน พ.ร.บ.เงินเดือนและเงินวิทยฐานะ ซึ่งได้เร่งรัดเรื่องนี้เพื่อให้ครูได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครู โดยเฉพาะโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ที่จะมีการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อพัฒนาชีวิตครู ให้ครูใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยใช้กระบวนการจัดตั้งเครือข่ายในรูปแบบองค์การมหาชน ให้ครูได้พัฒนาตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู นอกจากนี้จะดึงคนเก่งๆ เข้ามาเป็นครูมากขึ้น มีการเพิ่มเงินเดือนขั้นต่ำของครูให้สูงขึ้น ตลอดถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง ให้ครูเป็นข้าราชการครูอย่างสมศักดิ์ศรี

ในเรื่องสุดท้ายคือ การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์อย่างจริงจัง เพื่อให้การศึกษาชูธงความเชื่อที่เป็นวิทยาศาสตร์ โดยจะให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อจะส่งเสริมและสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้เกิดขึ้น เน้นการผลิตครูวิทยาศาสตร์และครูคณิตศาสตร์ เพื่อที่จะให้ครูเหล่านี้ได้เป็นพลังขับเคลื่อนในการจัดการเรียนการสอน จะมีการส่งเสริมต่อยอดให้นักเรียนได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนลักษณะพิเศษ คือ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และมีการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยในทุกภูมิภาคมากขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า หากทุกท่านสามารถรวมใจได้ มีเป้าหมายตรงกัน การเดินไปสู่เป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป เพราะได้ติดตามงานของกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอด ทั้งนี้จะสานต่อโครงการอื่นๆ ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีต รมว.ศธ.ให้เดินหน้าต่อไปได้ และคาดหวังว่าจะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองสำเร็จลุล่วงตามที่มุ่งหวัง


ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2010/jan/024.html
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 10-04-2010 11:54
รมว.ศธ.เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนงานส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๕ แผนงาน ได้แก่
๑) รณรงค์ส่งเสริมการอ่าน มีกิจกรรมในการประชาสัมพันธ์จูงใจรักการอ่าน, อ่านสะสมแต้ม, ส่งเสริมการอ่านในวาระสำคัญ, คาราวานการอ่าน ฯลฯ
๒) เพิ่มสมรรถนะการอ่าน มีโครงการ Book start พัฒนาการทางสมองของเด็กแรกเกิดถึง ๓ ขวบ พัฒนาทักษะการอ่านวัยเรียนในสถานศึกษา พัฒนาการอ่านตามอัธยาศัย เสริมทักษะการอ่าน (E-Book) อบรมครูภาษาไทย คลินิกภาษาไทย ฯลฯ
๓) สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการอ่าน โครงการจัดหาหนังสือมีคุณภาพเข้าห้องสมุดสถานศึกษา พัฒนาเว็บไซต์ส่งเสริมการอ่าน ห้องสมุด ๓ ดี (หนังสือดี บรรยากาศดี บรรณารักษ์ดี)
๔) เครือข่ายความร่วมมือการอ่าน ส่งเสริมเอกภาพและความเข้มแข็งของเครือข่ายการอ่าน มีอาสาสมัคร ๑ ล้านคน ใน ๗,๐๐๐ ตำบล ส่งเสริมการอ่านในชุมชน มีมุมหนังสือในสถานที่สาธารณะ
๕) วิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างยั่งยืน (R&D) รวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการอ่าน นิสัยรักการอ่าน การส่งเสริมการอ่านของไทยและนานาประเทศ


รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อ ทบทวนบทบาทของ ๕ แผนงาน ตามยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ ด้าน คือ
การพัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในการอ่าน
การพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน
การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการอ่าน
โดยให้ทำปฏิทินการดำเนินงานมีจุดสิ้นสุดที่แน่นอน และจัดทำแผนรวมในการขับเคลื่อนการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งวิจัยหาจุดอ่อน จุดแข็ง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ให้เชื่อมโยงกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองต่อไป
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 10-04-2010 12:07
4 นโยบายหลัก ขับเคลื่อนการศึกษาไปโลดแน่

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพว่า

4 นโยบายหลักที่จะช่วยเสริมเติมเต็มโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ

มีดังนี้

กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการที่เป็นนโยบายหลักที่จะเข้ามาเสริมเติมเต็ม เพื่อให้กระบวนการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ในปีนี้มีอยู่ 4 เรื่อง คือ

- ครู โดยจะมีการอบรมและประเมินสมรรถนะครูเป็นรายบุคคล จะมีการให้ทุนกับครูที่จะเป็นครูต้นแบบ (Master Teacher) จำนวน 10,000 ทุน ทุนละ 50,000 บาท ได้มีการเตรียมการเสนอร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน วิทยฐานะ การเตรียมผลิตครูพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ครู

- การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการสอน เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ตลอดชีวิตของนักเรียน โดย ศธ. ได้จัดเตรียมงบประมาณ SP2 ไปดำเนินการในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับ ICT จำนวน 2,300 ล้านบาท และมีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้กับสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ภายในระยะเวลา 3 ปี จะมีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 10 คน

- โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนดีประจำอำเภอ โรงเรียนที่จะไปสู่มาตรฐานสากล ซึ่งจะมีรายละเอียดว่าโรงเรียนไปสู่โรงเรียนมาตรฐานสากลต้องมีมาตรฐานอะไรบ้าง เช่น มีโครงการเรียนภาษาอังกฤษ มีการใช้ ICT มีการเรียนการสอนแบบ e-Learning มีห้องสมุดที่ดี เป็นต้น โดย ศธ.ได้ตั้งงบประมาณจำนวน 1,700 ล้านบาท สำหรับที่จะนำโรงเรียนชนบทที่อยู่ห่างไกลมาทำความร่วมมือกับท้องถิ่น คือ อบต.กับชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดย ศธ. สร้างปัจจัยพื้นฐาน ด้านอาคารเรียนที่ดี มีห้องสมุดที่ดี มีห้องวิทยาศาสตร์ที่ดี ห้องคอมพิวเตอร์ที่ดี ห้องอินเทอร์เน็ตที่ดีให้ มีลานกีฬา ถ้าโรงเรียนมีความพร้อม ก็อาจจะมีสระว่ายน้ำ เรียกว่าเป็น Sport Complex เล็กๆ ในชนบท ซึ่งปีนี้ได้มีการเตรียมการคัดเลือกโรงเรียนไปแล้วทั้ง 182 เขตพื้นที่การศึกษา

- เรียนดี คือกระบวนการที่จะต้องปรับรื้อหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอน ตลอดถึงการประเมินผลเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยมอบหมายให้ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ.เป็นประธานในการปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผลจากผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำ เราก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยต่างๆ ที่เป็นบริบทในการที่จะเป็นกระบวนการนำเข้าแล้วนำไปสู่ผลผลิต อาจจะมีหลายส่วนที่ต้องมาเติมเต็ม จึงจะขับเคลื่อนให้ทุกองค์กรของ ศธ.ปรับรื้อหลักสูตร โดยร้อยละ 70 ของเวลาเรียนจะมุ่งเน้นเรื่องสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะวิชาที่เป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้อย่างแท้จริง เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เป็นต้น นอกจากนั้นอีกร้อยละ 30 ก็ต้องไปพิจารณาอีกว่า จะดำเนินการที่จะให้เด็กมีกิจกรรมอย่างไร ที่จะเสริมเติมเต็มความสมบูรณ์ขององค์ความรู้ ที่จะพัฒนาในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ และในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จะได้ข้อยุติว่ากระบวนการที่จะขับเคลื่อนในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา เพื่อไปตอบเป้าหมายในอีก 10 ปีข้างหน้าว่า ต้องได้พลเมืองยุคใหม่ อย่างน้อย ก็ต้องผ่านผลสัมฤทธิ์ในการเรียนทุกสาระวิชา ที่จะปรับปรุงใหม่ให้ได้เกินร้อยละ 50 จะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณสมบัติตามที่ ศธ. และรัฐบาลได้มีเป้าหมายเอาไว้ ทำให้เราได้เห็นครูเพื่อศิษย์ เป็นครูพันธุ์ใหม่ และในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างสถานศึกษาที่เรียกว่า สถานศึกษาใหม่ หรือแหล่งเรียนรู้ใหม่ แล้วก็ไปเติมเต็มด้วยการศึกษานอกโรงเรียน ที่จะต้องมีแหล่งเรียนรู้ราคาถูก คือใช้งบประมาณไม่มากเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อแบ่งปันกัน ประชาชนในชนบทจะได้มีโอกาสมาใช้อินเทอร์เน็ต นักเรียนในชนบทจะมีโอกาสได้มาใช้ Student Channel ครูในชนบทจะได้มีโอกาสมาใช้ Teacher TV และมีองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เมื่อมีการเรียนฟรี รัฐบาลโดยการนำของ ศธ.ก็ขับเคลื่อนนำไปสู่เรียนดี ก็จะมีแผนปฏิบัติการที่จะต้องดำเนินการอย่างชัดเจน ซึ่งก็ได้ผ่านสมัชชาการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองไปแล้ว วันนี้ก็มาสู่มหกรรมการขับเคลื่อนการเรียนฟรี เรียนดีอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเหมือนกับเป็นสัญญาประชาคมกับประชาชนด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.moe.go.th/websm/2010/apr/107.html

http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 16-04-2010 11:51
อำนาจหน้าที่หลัก ดังนี้

1. ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำระบบ วิธีการทดสอบ และพัฒนาเครื่องมือวัดและ
ประเมินผลตามมาตรฐานการศึกษา

2. ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินผลการจัดการศึกษา และการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติ ตลอดจนให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทดสอบทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา

3. ดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษา บริการสอบวัดความรู้ความสามารถและการสอบวัดมาตรฐานวิชาการและวิชาชีพ เพื่อนำผลไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเทียบระดับ และการเทียบโอนผลการเรียนที่มาจากการศึกษาในระบบเดียวกับ หรือการศึกษาผ่านระบบ

4. ดำเนินการเกี่ยวกับศึกษาวิจัย และเผยแพร่นวัตกรรมเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษา ตลอดจนเผยแพร่เทคนิคการวัดและประเมินผลการศึกษา

5. เป็นศูนย์กลางข้อมูลการทดสอบทางการศึกษา ตลอดจนสนับสนุน และให้บริการผลการทดสอบแก่หน่วยงานต่างๆ ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

6. พัฒนาและส่งเสริมวิชาการด้านการทดสอบและประเมินผลทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านการทดสอบและประเมินผล ด้านการติดตามและประเมินผลคุณภาพบัณฑิต รวมทั้งการให้การรับรองมาตรฐานของระบบ วิธีการ เครื่องมือวัดของหน่วยงานการประเมินผลและทดสอบทางการศึกษา

7. เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 24-04-2010 13:02
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการปรับตัวชี้วัดและเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

รมว.ศธ. กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการ นโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ได้เห็นชอบในหลักการตัวชี้วัด และเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ๔ ประเด็นดังนี้

สมรรถนะการศึกษาไทยมีคุณภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล โดยตั้งเป้าหมายว่า เมื่อสิ้นสุดปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยจะอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น จากการจัดอันดับของ IMD (International Institute for Management) ซึ่งในปัจจุบันไทยอยู่ในลำดับที่ ๔๗ จากจำนวน ๕๐ ประเทศ
คนไทยใฝ่รู้ เรียนรู้ด้วยตนเอง และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

คนไทยใฝ่ดี มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม

คนไทยคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ สามารถสื่อสาร คิดริเริ่มและรู้จักคิดวิเคราะห์

รมว.ศธ.ได้มอบให้องค์กรหลักไปจัดทำ RoadMap เพื่อกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงาน และจัดทำแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดขึ้นจริง ถึงแม้จะมีสถานการณ์ทางการเมือง แต่กระทรวงศึกษาธิการก็ต้องขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และให้มีประสิทธิภาพ

จึงขอให้องค์กรหลักไปคัดเลือกนโยบายที่มีความสำคัญ เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และกำหนดเป้าหมายที่จะนำมาสู่ผลสำเร็จที่สะท้อนคุณภาพในเชิงลึก เปรียบเทียบกับต่างประเทศ เพื่อให้การวัดผลเป็นไปในระดับสากลต่อไป



ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2010/apr/120.html
แก้ไขโดย admin เมื่อ 26-04-2010 09:42
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 26-04-2010 23:46
รายชื่อโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล จำนวน 182 แห่งมีดังนี้

1. สพท.กระบี่ ร.ร.บ้านพรุดินนา
2. สพท.กาญจนบุรี เขต 1 ร.ร.หนองขาวโกวิทพิทยาคม
3. สพท.กาญจนบุรี เขต 2 ร.ร.นิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์
4. สพท.กาญจนบุรี เขต 3 ร.ร.บ้านห้วยเสือ
5. สพท.กาญจนบุรี เขต 4 ร.ร.อนุบาลหนองปรือ
6. สพท.กาฬสินธุ์ เขต 2 ร.ร.ปอแดงวิทยา
7. สพท.กาฬสินธุ์ เขต 3 ร.ร.นาขามวิทยา
8. สพท.กาฬสินธุ์ เขต 1 ร.ร.ชุมชนหนองสอวิทยาคาร
9. สพท.กำแพงเพชร เขต 1 ร.ร.บ้านลาด
10. สพท.กำแพงเพชร เขต 2 ร.ร.อนุบาลคลองลาน
11. สพท.ขอนแก่น เขต 4 ร.ร.บ้านเฟี้ยฟานโนนสวรรค์
12. สพท.ขอนแก่น เขต 3 ร.ร.บ้านหนองแขมอีโล
13. สพท.ขอนแก่น เขต 5 ร.ร.บ้านใหม่โสกส้มกบ
14. สพท.ขอนแก่น เขต 1 ร.ร.สาวะถีพิทยาสรรพ์
15. สพท.จันทบุรี เขต 2 ร.ร.บ้านปั้นหม้อ
16. สพท.จันทบุรี เขต 1 ร.ร.อนุบาลบ้านหนองคล้า
17. สพท.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ร.ร.ปากคลองบางขนาก
18. สพท.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ร.ร.วัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ)
19. สพท.ชลบุรี เขต 2 ร.ร.วัดสุวรรณารัญญิกาวาส
20. สพท.ชลบุรี เขต 1 ร.ร.บ้านป่ายุบ
21. สพท.ชลบุรี เขต 3 ร.ร.วัดมโนรม
22. สพท.ชัยนาท ร.ร.ชุมชนวัดดักคะนน
23. สพท.ชัยภูมิ เขต 1 ร.ร.แหลมทองผดุงวิทย์
24. สพท.ชัยภูมิ เขต 2 ร.ร.บ้านภูดิน (มิตรผลอุปถัมภ์)
25. สพท.ชัยภูมิ เขต 3 ร.ร.อนุบาลเทพสถิต
26. สพท.ชุมพร เขต 1 ร.ร.บ้านเนินทอง
27. สพท.ชุมพร เขต 2 ร.ร.บ้านไทยพัฒนา
28. สพท.เชียงราย เขต 3 ร.ร.สันทราย (พรหมณีวิทยา)
29. สพท.เชียงราย เขต 1 ร.ร.บ้านดู่ (สหราษฎร์พัฒนาการ)
30. สพท.เชียงราย เขต 4 ร.ร.เวียงเทิง (เทิงทำนุประชา)
31. สพท.เชียงราย เขต 2 ร.ร.แม่เจดีย์วิทยาคม
32. สพท.เชียงใหม่ เขต 6 ร.ร.ไทยรัฐวิทยา79 (บ้านหนองอาบช้าง)
33. สพท.เชียงใหม่ เขต 4 ร.ร.บ้านทุ่งเสี้ยว (นวรัฐ)
34. สพท.เชียงใหม่ เขต 5 ร.ร.ชุมชนศูนย์อพยพแปลง4
35. สพท.เชียงใหม่ เขต 2 ร.ร.วัดแม่แก้ดน้อย
36. สพท.เชียงใหม่ เขต 1 ร.ร.บ้านแม่โป่ง
37. สพท.เชียงใหม่ เขต 3 ร.ร.บ้านเชี่ยงดาว
38. สพท.ตรัง เขต 2 ร.ร.บ้านต้นปรง
39. สพท.ตราด ร.ร.บ้านคลองประทุน
40. สพท.ตาก เขต 2 ร.ร.แม่จะเราวิทยาคม
41. สพท.นครนายก ร.ร.อนุบาลองครักษ์ (ผดุงองครักษ์ประชา)
42. สพท.นครปฐม เขต 2 ร.ร.วัดบางหลวง
43. สพท.นครปฐม เขต 1 ร.ร.วัดหุบรัก
44. สพท.นครพนม เขต1 ร.ร.บ้านผึ้งวิทยาคม
45. สพท.นครพนม เขต 2 ร.ร.บ้านแพงวิทยา
46. สพท.นครราชสีมา เขต 7 ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 82 (โคกตองเจริญ)
47. สพท.นครราชสีมา เขต 1 ร.ร.บ้านพลจลก
48. สพท.นครราชสีมา เขต 5 ร.ร.โนนไทย
49. สพท.นครราชสีมา เขต 6 ร.ร.บ้านดอนกลาง
50. สพท.นครราชสีมา เขต 4 ร.ร.บ้านท่าช้าง
51. สพท.นครราชสีมา เขต 2 ร.ร.บ้านหนองบุนนาก
52. สพท.นครราชสีมา เขต 3 ร.ร.ชุมชนบ้านเสิงสาง
53. สพท.นครศรีธรรมราช เขต 3 ร.ร.บ้านปากเชียร
54. สพท.นครศรีธรรมราช เขต 4 ร.ร.บ้านสองแพรกมิตรภาพที่ 92
55. สพท.นครศรีธรรมราช เขต 1 ร.ร.บ้านสำนักใหม่
56. สพท.นครศรีธรรมราช เขต 2 ร.ร.บ้านนาเส
57. สพท.นครสวรรค์ เขต 1 ร.ร.พยุหะศึกษาคาร
58. สพท.นครสวรรค์ เขต 3 ร.ร.บ้านหนองไผ่
59. สพท.นครสวรรค์ เขต 2 ร.ร.วัดหนองตางู
60. สพท.นนทบุรี เขต 2 ร.ร.วัดไทรใหญ่
61. สพท.นนทบุรี เขต 1 ร.ร.ประชาอุปถัมภ์
62. สพท.นราธิวาส เขต 1 ร.ร.บ้านบูเกะบากง
63. สพท.นราธิวาส เขต 3 ร.ร.บ้านสาเมะ
64. สพท.น่าน เขต 2 ร.ร.บ้านนาวงศ์
65. สพท.น่าน เขต 1 ร.ร.ยาบหัวนาวิทยา
66. สพท.บุรีรัมย์ เขต 1 ร.ร.รวมมิตรวิทยา
67. สพท.บุรีรัมย์ เขต 3 ร.ร.บ้านหนองโบสถ์
68. สพท.บุรีรัมย์ เขต 4 ร.ร.บ้านหนองใหญ่
69. สพท.บุรีรัมย์ เขต 2 ร.ร.โนนเจริญพิทยาคม
70. สพท.ปทุมธานี เขต 1 ร.ร.วัดนาวง
71. สพท.ปทุมธานี เขต 2 ร.ร.ชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร
72. สพท.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ร.ร.หาดสนุกราษฎร์บำรุง
73. สพท.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 ร.ร.บ้านหนองตาเย็น
74. สพท.ปราจีนบุรีเขต 1 ร.ร.วัดระเบาะไผ่
75. สพท.ปราจีนบุรี เขต 2 ร.ร.บ้านเขาไม้แก้ว
76. สพท.ปัตตานี เขต 1 ร.ร.บ้านโต๊ะตีเต
77. สพท.ปัตตานี เขต 3 ร.ร.ชุมชนบ้านละหารมิตรภาพ
78. สพท.ปัตตานี เขต 2 ร.ร.บ้านควนลังงา
79. สพท.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ร.ร.วัดลาดบัวหลวง
80. สพท.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ร.ร.นครหลวง
81. สพท.พะเยา เขต 1 ร.ร.บ้านจำไก่
82. สพท.พะเยา เขต 2 ร.ร.ปงรัชดาภิเษก
83. สพท.พังงา ร.ร.บ้านคอกช้าง
84. สพท.พัทลุง เขต 1 ร.ร.อนุบาลควนขนุน
85. สพท.พัทลุง เขต 2 ร.ร.บ้านแม่ขรี (สวิงประชาสรรค์)
86. สพท.พิจิตร เขต 2 ร.ร.วัดเขารวก
87.สพท.พิจิตร เขต1 ร.ร.บ้านหนองสะแก
88. สพท.พิษณุโลก เขต 1 ร.ร.วัดบ้านดง
89. สพท.พิษณุโลก เขต 3 ร.ร.ชุมชนวัดย่านขาด
90. สพท.พิษณุโลก เขต 2 ร.ร.บ้านเขาสมอแคลงริ้ว
91. สพท.เพชรบุรี เขต 1 ร.ร.วัดไทรทอง
92. สพท.เพชรบุรี เขต 2 ร.ร.วัดวังไคร้
93. สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 ร.ร. บ้านดงขวาง
94. สพท.เพชรบูรณ์ เขต 1 ร.ร.บ้านยาวี-ห้วยโป่ง
95. สพท.เพชรบูรณ์ เขต 3 ร.ร.ชุมชนบ้านพุเตย
96. สพท.แพร่ เขต 2 ร.ร.ชุมชนบ้านแม่ป้าก
97. สพท.แพร่ เขต 1 ร.ร.บ้านเทพ
98. สพท.ภูเก็ต ร.ร.ถลางพระนางสร้าง
99. สพท.มหาสารคาม เขต 2 ร.ร.บ้านขามเรียน
100. สพท.มหาสารคาม เขต 3 ร.ร.บ้านโพน
101. สพท.มหาสารคาม เขต 1 ร.ร.บ้านบรบือ
102. สพท.มุกดาหาร ร.ร.ร่มเกล้า
103. สพท.แม่ฮ่องสอน เขต 1 ร.ร.บ้านห้วยผา
104. สพท.แม่ฮ่องสอน เขต 2 ร.ร.บ้านห้วยสิงห์
105. สพท.ยโสธร เขต 1 ร.ร.บ้านทุ่งแต้
106. สพท.ยโสธร เขต 2 ร.ร.บ้านโนนยาง
107. สพท.ยะลา เขต 1 ร.ร.บ้านพร่อน
108. สพท.ยะลา เขต 3 ร.ร.บ้านด่านสันติราษฎร์
109. สพท.ร้อยเอ็ด เขต 2 ร.ร.บ้านหินกอง
110. สพท.ร้อยเอ็ด เขต 1 ร.ร.ธงธานี
111. สพท.ร้อยเอ็ด เขต 3 ร.ร.อนุบาลเมืองเสลภูมิ
112. สพท.ระนอง ร.ร.บ้านรังแตน
113. สพท.ระยอง เขต 1 ร.ร.นิคมสร้างตนเอง
114. สพท.ระยอง เขต 2 ร.ร.ห้วยยางศึกษา
115. สพท.ราชบุรี เขต 2 ร.ร.อนุบาลดำเนินสะดว
116. สพท.ราชบุรี เขต 1 ร.ร.มหาราช 7
117. สพท.ลพบุรี เขต 2 ร.ร.บ้านบัวชุม
118. สพท.ลพบุรี เขต 1 ร.ร.บ้านโคกตูม
119. สพท.ลำปาง เขต 1 ร.ร.แม่ก๋งวิทยา
120. สพท.ลำปาง เขต 3 ร.ร.แจ้ซ้อนวิทยา
121. สพท.ลำปาง เขต 2 ร.ร.ล้อมแรดวิทยา
122. สพท.ลำพูน เขต 2 ร.ร.บ้านแม่เทย
123. สพท.ลำพูน เขต 1 ร.ร.วชิรป่าซาง
124. สพท.เลย เขต 2 ร.ร. บ้านโคกขมิ้น
125. สพท. เลย เขต 1 ร.ร. บ้านกกดู่
126. สพท.เลย เขต 3 ร.ร. บ้านทับกี่
127. สพท. ศรีสะเกษ เขต 3 ร.ร. บ้านตาสุด
128. สพท. ศรีสะเกษ เขต 4 ร.ร.บ้านสังเม็ก
129. สพท. ศรีสะเกษ เขต1 ร.ร. บ้านหนองแวง
130. สพท. ศรีสะเกษ เขต 2 ร.ร.บ้านส้มป่อย (ส้มป่อยวิทยาเสริม)
131. สพท. สกลนคร เขต 2 ร.ร.หนองหลวงวิทยานุกูล
132. สพท.สกลนคร เขต 3 ร.ร.บ้านดงหม้อทอง
133. สพท. สกลนคร เขต1 ร.ร.ดงมะไฟวิทยา
134. สพท. สงขลา เขต 2 ร.ร.วัดหูแร่
135. สพท.สงสขลา เขต 1 ร.ร.ในเมือง
136. สพท.สตูล ร.ร.นิคมพัฒนาภาคใต้ 3
137. สพท.สมุทรปราการ เขต 2 ร.ร.วัดนิยมยาตรา
138. สพท. สมุทรปราการ เขต1 ร.ร. มหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์
139. สพท.สมุทรสงคราม ร.ร.วัดเทพประสิทธิคณาวาส
140. สพท. สมุทรสาคร ร.ร.วัดท่าเสา
141. สพท.สระแก้ว เขต 1 ร.ร.บ้านพระเพลิง
142. สพท.สระแก้ว เขต 2 ร.ร.อนุบาลศรีวัฒนาวิทยา
143. สพท.สระบุรี เขต2 ร.ร. ซับน้อยเหนือวิทยาคม
144. สพท.สิงห์บุรี ร.ร.ชุมชนวัดกลางท่าข้าม
145. สพท.สุโขทัย เขต 2 ร.ร.บ้านผาเวียง
146. สพท. สุโขทัย เขต 1 ร.ร.บ้นเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์”
147. สพท.สุพรรณบุรี เขต 2 ร.ร.สระยายโสมวิทยา
148. สพท.สุพรรณบุรี เขต 3 ร.ร.อนุบาลด่านช้าง
149. สพท.สุพรรณบุรี เขต 1 ร.ร.บ้านท่าเสด็จ
150. สพท.สุราษฎร์ธานี เขต 3 ร.ร.บ้านหัวสะพานมิตรภาพที่ 217
151. สพท.สุราษฎร์ธานี เขต 2 ร.ร. วัดพุมเรียง
152. สพท. สุราษฎร์ธานี เขต 1 ร.ร.นิคมสร้างตนเอง
153. สพท.สุรินทร์ เขต 1 ร.ร.บ้านยางเตี้ย
154. สพท.สุรินทร์ เขต 3 ร.ร.เจริญราษฎร์วิทยา
155. สพท.สุรินทร์ เขต 2 ร.ร.เมืองบัววิทยา
156. สพท. หนองคาย เขต 1 ร.ร.ฝางพิทยาคม
157. สพท.หนองคาย เขต 2 ร.ร.บ้านแบง
158. สพท. หนองคาย เขต 3 ร.ร.บ้านหนองผักแว่น
159. สพท.หนองบัวลำภู เขต 2 ร.ร.บ้านนาดีค่ายสว่างวิทยา
160. สพท.หนองบัวลำภู เขต 1 ร.ร.บ้านขามพิทยาคม
161. สพท.อ่างทอง ร.ร.วัดม่วงคัน
162. สพท.อำนาจเจริญ ร.ร.นาผือโคกกอก
163. สพท. อุดรธานี เขต 1 ร.ร.บ้านเหล่าดอนเงิน
164. สพท. อุดรธานีเขต 3 ร.ร.บ้านเชียงวิทยา
165. สพท. อุดรธานี เขต 2 ร.ร.ชุมชนจำปี
166. สพท. อุดรธานี เขต 4 ร.ร.บริบาลภูมิเขตต์
167. สพท. อุตรดิตถ์เขต 2 ร.ร.ชุมชนไกรลาศวิทยาคม
168. สพท.อุตรดิตถ์เขต 1 ร.ร.ชุมชนเมืองปากฝาง
169. สพท.อุทัยธานี เขต 2 ร.ร.ชุมชนบ้านเมืองการุ้ง
170. สพท. อุทัยธานี เขต 1 ร.ร.บ้านวังเกษตร
171. สพท. อุบลราชธานีเขต 1 ร.ร.บ้านปะอาว
172. สพท. อุบลราชธานี เขต 2 ร.ร.บ้านหนองผือ
173. สพท.อุบลราชธานี เขต 3 ร.ร.บ้านโพธิ์ศรี
174. สพท. อุบลราชธานี เขต 4 ร.ร.บ้านนาดี
175. สพท. อุบลราชธานี เขต 5 ร.ร.บ้านกลาง

เหลืออีก 7 เขต คัดเลือกใหม่
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 26-04-2010 23:48
แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
ครม.อนุมัติตามที่ ศธ.เสนอให้แต่งตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน ๑๗ คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการชุดเดิมครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดยมีรายชื่อดังนี้
1. นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการ
2. นายสุกิจ เดชโภชน์ ผู้แทนองค์กรเอกชน
3. นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. นายสมศักดิ์ โล่ห์เลขา ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย
นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์
นายมังกร กุลวานิช
ศาสตราจารย์พันตำรวจตรียงยุทธ สาระสมบัติ
ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์
นายสำรวม พฤกษ์เสถียร
นายประพัฒน์พงศ์ เสนาฤทธิ์
นายดิเรก พรสีมา
นายสิทธิรักษ์ จันทร์สว่าง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เรืองเดช วงศ์หล้า
นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์
นายมานิจ สุขสมจิตร
นายสุชาติ เมืองแก้ว
พระธรรมโกศาจารย์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เป็นต้นไป
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 27-04-2010 01:01
เพิ่มงบประมาณอาหารกลางวันประถม3.5พันล. (24 เม.ย.53)



นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณประจำปี 2553 งบกลางจำนวนเกือบ 3,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเป็นค่าอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ยังขาดอยู่จำนวน 1,328,723 คน คิดเป็น 40%

เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้รับเงินอุดหนุนปีงบฯ 2553 ซึ่งไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนระดับประถมฯ ทุกคนในสังกัด สพฐ.ได้รับอาหารกลางวันตามมติ ครม.ได้ ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่จะตรวจสอบต่อไป เบื้องต้นถ้า สถ.เสนอของบฯ กลางจำนวนเกือบ 3,500 ล้านบาท ต่อ ครม.จริง ศธ.จะสนับสนุนเพื่อให้เด็กนักเรียนระดับประถมฯ สังกัด สพฐ.ที่ยังขาดอยู่ 40% ได้รับอาหารกลางวันเหมือนกับนักเรียนในสังกัด อปท. ซึ่งที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบให้เพิ่มงบฯ เงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันนักเรียน จากอัตรา 10 บาทต่อวัน เป็นอัตราคนละ 13 บาทต่อวัน จำนวน 200 วัน จึงอาจทำให้ สถ.มีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงต้องเสนอขอเพิ่มเติม.



ที่มา : ไทยโพสต์ 24 เมษายน 2553 - 00:00

สรุป : "ชินวรณ์" หนุน สถ.เพิ่มงบฯ อาหารกลางวันอีก 3,500 ล้านบาท หวังช่วยเด็กประถมอีกกว่า 1.3 ล้านคน ได้มีอาหารกลางวัน

คำถามคำตอบจากข่าว

1. คำถาม : งบประมาณค่าอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นงบประมาณประเภทใดและ ได้จากส่วนราชการใด

คำตอบ : งบอุดหนุน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

2. คำถาม : จำนวนงบประมาณค่าอาหารกลางวันกี่บาทต่อคนต่อวัน

คำตอบ : 13 บาทต่อคนต่อวัน จำนวน 200 วัน

http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 27-04-2010 01:27
พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 17 ธันวาคม พุทธศักราช 2551 แล้ว นั้น

บัดนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวีระชัย วีระเมธีกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชุมพล ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา นายวิฑูรย์ นามบุตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายธีระ วงศ์สมุทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชาติชาย พุคยาภรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉีวี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายวรรณรัตน์ ชาญนุกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพรทิวา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายไพฑูรย์ แก้วทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธีระ สลักเพชร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายจุรินทร์ ลักษณณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายวิทยา แก้วภราดัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2551 เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นายกรัฐมนตรี

http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 27-04-2010 07:20
รมว.ศธ.เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
กระทรวงศึกษาธิการ - นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓


--------------------------------------------------------------------------------


รมว.ศธ..ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ในโอกาสที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์สุจริตตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย รมว.ศธ.ได้กล่าวถึงประวัติของตนเองว่า เริ่มต้นจากการเป็นครู ก็จะรวมใจเพื่อนครูอาจารย์ และพี่น้องชาว ศธ. เพื่อร่วมกันชูธงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง คือ เน้นคุณภาพผู้เรียน จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต ซึ่งจะเน้นเรื่องหลัก คือ การขยายโอกาสทางการศึกษาเพื่อให้ทุกคนได้รับความเสมอภาค เน้นคุณภาพทุกด้าน ทั้งผู้เรียน โรงเรียน หลักสูตร และที่สำคัญคือจะแสวงหาการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการจัดการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือชนิดเดียวที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และหมายถึงการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปด้วย

รมว.ศธ. กล่าวถึงแนวทางการทำงานที่จะเร่งรวมใจเพื่อนครูทั้งหลาย เพราะหากสามารถรวมใจได้ จะทำให้พลังในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษารอบสองมีความหวังขึ้นมา และมั่นใจว่าถ้าทุกคนมีเป้าหมายตรงกัน การเดินไปสู่เป้าหมายเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป เพราะได้ติดตามงานของกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอด และเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาแล้ว จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถสานต่อนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีต รมว.ศธ.ให้เดินหน้าต่อไปได้ และคาดหวังว่าในช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. จะได้ร่วมมือจากทุกภาคส่วนในหลายๆ เรื่อง โดยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา และทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก สำหรับการมอบหมายงานนั้น ขณะนี้จะให้เป็นไปตามงานเดิมที่ได้มอบหมายไว้แล้วเพื่อความต่อเนื่อง และจะยังไม่แต่งตั้งเลขานุการ รมว.ศธ. และที่ปรึกษา รมว.ศธ. ในช่วงนี้ โดยจะขอใช้ผู้บริหารองค์กรหลักทั้ง ๕ คน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์สูงสุดก่อน

หลังจากนั้น รมว.ศธ.กล่าวกับผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ที่ห้องประชุม ศธ. ว่า ตนเองเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและซื่อสัตย์สุจริต เพราะถ้าไม่มีความมุ่งมั่น ก็ไม่มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ที่อยากจะให้เพื่อนครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้ร่วมกันภาคภูมิใจว่า ท่านทั้งหลายได้มีส่วนร่วมมาตั้งแต่การเลือกตั้ง จนถึงการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ และจะขอความร่วมมือพวกเราทั้งหลาย เพราะว่าครูมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ ก็ขอให้คุณครูทั้งหลายได้ช่วยกัน เพื่อขับเคลื่อนในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

นายกรัฐมนตรีและ รมว.ศธ.เองก็ได้มีส่วนในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็น ส.ส.คนเดียวที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ รมว.ศธ.ถึง ๓ คน และประเด็นหลักที่อภิปรายก็คือประเด็นการปฏิรูปการศึกษาที่ล้มเหลว เพราะฉะนั้นจึงเป็นบทเรียนที่สำคัญ คิดว่าจะถอดบทเรียนในส่วนที่เคยอภิปรายคนอื่น เพื่อว่าทำอย่างไรที่จะไม่ถูกอภิปราย

จึงขอให้ท่านทั้งหลายช่วยสรุปบทเรียนและเดินไปข้างหน้าร่วมกัน การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ทุกคนจะต้องชูธงและพูดเป็นเสียงเดียวกัน เราจะจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต โดยเน้นคุณภาพผู้เรียน และจะดูแลว่าส่วนไหนที่จะเติมเต็มอย่างไรให้พอดี แต่ให้พูดเสียงเดียวกัน คือเรื่องคุณภาพผู้เรียนกล่าวคือใน ๑๐ ปีข้างหน้าเราจะเห็นว่าพลเมืองของเราจะเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะให้เกิดขึ้น คือ ต้องเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข เนื่องจาก คุณภาพ จะต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เริ่มจากเด็กเล็กก็ต้องเน้นในการพัฒนาสมองเด็กไทยอย่างจริงจัง มีเครือข่าย ดังนี้

-ระดับประถมศึกษา เน้นอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น เน้นความกตัญญูกตเวที ความมีวินัยความรับผิดชอบ
-ระดับมัธยมศึกษา ต่อยอดขึ้นมาให้เห็นได้ชัดเจนว่าเด็กของเราอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น เน้น ๒ ภาษาและไอซีที (ICT) เพื่อให้ทันกับโลกยุคใหม่และที่สำคัญคือถ้าจบระดับมัธยมศึกษาแล้วจะต้องมีความเป็นพลเมืองดี ต้องสร้างสังคมประชาธิปไตย สร้างรากฐานสังคมประชาธิปไตย วิถีชีวิตที่พลเมืองของเราจะต้องมีคุณลักษณะ เป็นคนที่เคารพซึ่งกันและกัน รู้จักแบ่งงานกันทำ เห็นประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตน
-ระดับอาชีวศึกษา ไม่ใช่ปริญญาตรี ไม่ใช่ ปวส.และ ปวช. อาชีวศึกษา ต้องเป็นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างฝีมือแรงงาน สร้างกำลังคนให้กับประเทศ ต้องมีหน่วยที่วัดคุณภาพของผู้เรียนและมีค่าตอบแทนตามที่กำหนด
-ระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยของเรามีศักยภาพที่จะเป็นมหาวิทยาลัยระดับ World Class เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เป็นสากลที่ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาภูมิภาคของอาเซียน ระดับอุดมศึกษาเป็นการศึกษาเพื่อการมีงานทำ และเพื่อพัฒนาอาชีพของคนที่มีงานทำให้มีศักยภาพในการแข่งขัน

รมว.ศธ. กล่าวถึง การร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการศึกษา หากมีความชัดเจนก็สามารถที่จะตอบโจทย์ได้ และแน่นอนที่สุดว่าโลกอนาคตนั้นต้องเน้นเรื่องการศึกษาตลอดชีวิต โดยอยากเห็น กศน.ตำบลเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูกสำหรับพี่น้องประชาชน สามารถจะเรียนรู้องค์ความรู้ได้ทันท่วงทีและแน่นอนที่สุดทั้งหมดนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเลย ถ้าเราไม่สามารถทำให้เพื่อนครูของเรากว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน มีขวัญและกำลังใจ

อยากให้ท่านทั้งหลายช่วยกันพูดได้อย่างเต็มปากว่า เมื่อครูมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ครูทุกคนมีขวัญกำลังใจ และขอยืนยันความมุ่งมั่น ยืนยันความปรารถนาดี และก็ขอความร่วมมือกับพวกเราทุกคน ขอให้ปณิธานของครูคนหนึ่งเป็นจริง เพราะตนมาด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงศึกษาธิการของเราจะได้เริ่มชูธงในการปฏิรูปการศึกษารอบสองให้เกิดความเป็นจริงต่อไป.

นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน




http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 27-04-2010 07:24
ชื่อ-นามสกุล : ชินวรณ์ บุณยเกียรติ

วัน/เดือน/ปีเกิด : 18 ธันวาคม 2499

ประวัติครอบครัว : บิดา นายช้น บุณยเกียรติ
มารดา นางพริ้ง รัตนบุรี

การศึกษา และดูงาน : - ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ปริญญาโท การศึกษามหาบัณฑิต (บริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา
การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :
- ครูโรงเรียนบ้านกุยเหนือ อาจารย์โรงเรียนองค์การสวนยาง 1
- ครูใหญ่โรงเรียนแพรกกลาง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านคลองกุย
- วิทยากร ในการอบรมผู้บริหารโรงเรียนของสถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
- ผู้ประสานงานและติดตามโครงการพัฒนาของอดีตรัฐมนตรี คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์
- 19 ตุลาคม 2535 กรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
- 15 ตุลาคม 2535 กรรมาธิการกิจการเยาวชน สตรีและผู้สูงอายุ
- 15 ตุลาคม 2535 กรรมาธิการนโยบาย และติดตามผลงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี
- 19 ธันวาคม 2539 กรรมาธิการการนโยบาย และติดตามผลงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี
- 15 สิงหาคม 2538 รองประธานคณะกรรมาธิการนโยบายและติดตามผลงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี คนที่ 2

ตำแหน่งทางการเมือง
- 24 กรกฎาคม 2531 ส.ส.(สอบตก) นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์
- 22 มีนาคม 2535 ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่ 1
- 13 กันยายน 2535 ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่ 2 (ยุบสภา 19 พ.ค.2538)
- 24 กุมภาพันธ์ 2538 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- 2 กรกฎาคม 2538 ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่ 3 (ยุบสภา 27 ก.ย.2539)
- 15 สิงหาคม 2538 ผู้ช่วยโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการเยาวชน สตรีและผู้สูงอายุ คนที่ 1
- 17 พฤศจิกายน 2539 ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่ 4
- 17 พฤศจิกายน 2540 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายอาคม เอ่งฉ้วน)
- 6 ตุลาคม 2541 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- 13 กรกฎาคม 2542 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- 11 เมษายน 2543 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอาคม เอ่งฉ้วน)
- 6 มกราคม 2544 ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์
- 12 มิถุนายน 2544 รองประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ คนที่ 2
- 12 มิถุนายน 2544 กรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร
- 6 กุมภาพันธ์ 2548 ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ (45,094)
- 5 มีนาคม 2548 กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์
- 16 มีนาคม 2548 กรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)
- 27 เมษายน 2548 กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ
- 23 ธันวาคม 2550 ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ (187,663)
- 27 มิถุนายน 2551 กรรมาธิการการศึกษา
- 15 กรกฎาคม 2551 นายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์
- 23 ธันวาคม 2551 ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.)
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 27-04-2010 11:59
สรุปค่าแรงขั้นต่ำ
กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ จากเดิม วันละ 203.- ----------> 206.-
จังหวัดนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรสาคร ------------> 205.-
จังหวัดภูเก็ต------------> 204
จังหวัดชลบุรี และสระบุรี------------> 184
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา------------> 181
จังหวัดฉะเชิงเทรา------------> 180
จังหวัดระยอง------------> 178
จังหวัดนครราชสีมา พังงา และระนอง------------> 173
จังหวัดเชียงใหม่------------> 171
จังหวัดกระบี่ ปราจีนบุรี และลพบุรี------------> 170
จังหวัดกาญจนบุรี------------> 169
จังหวัดเพชรบุรี------------> 168
จังหวัดจันทบุรี และราชบุรี------------> 167
จังหวัดสิงห์บุรี และอ่างทอง------------> 165
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์------------> 164.-
จังหวัดเลย สมุทรสงคราม และสระแก้ว------------> 163
จังหวัดตรัง------------> 162
จังหวัดสงขลา------------> 161
จังหวัดชุมพร ตราด นครนายก นราธิวาส ยะลา ลำพูน และอุบลราชธานี------------> 160
จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัตตานี พัทลุง สตูล สุราษฎร์ธานี หนองคาย และอุดรธานี------------> 159
จังหวัดกำแพงเพชร ชัยนาท นครสวรรค์ สุพรรณบุรี และอุทัยธานี------------> 158
จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น เชียงราย บุรีรัมย์ ยโสธร ร้อยเอ็ด และสกลนคร------------> 157
จังหวัดชัยภูมิ ลำปาง และหนองบัวลำภู------------> 156
จังหวัดนครพนม เพชรบูรณ์ มุกดาหาร และอำนาจเจริญ------------> 155
จังหวัดมหาสารคาม------------> 154
จังหวัดตาก พิษณุโลก สุโขทัย สุรินทร์ และอุตรดิตถ์------------> 153
จังหวัดน่าน และศรีสะเกษ------------> 152
จังหวัดพะเยา พิจิตร แพร่ และแม่ฮ่องสอน------------> 151
แก้ไขโดย admin เมื่อ 27-04-2010 12:54
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 27-04-2010 14:39
3G หรือ Third Generation เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 อุปกรณ์การสื่อสารยุคที่ 3 นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น PDA โทรศัพท์มือถือ Walkman, กล้องถ่ายรูป และ อินเทอร์เน็ต



--------------------------------------------------------------------------------


3G เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องจากยุคที่ 2 และ 2.5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้บริการระบบเสียง และ การส่งข้อมูลในขั้นต้น ทั้งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพัฒนาของ 3G ทำให้เกิดการใช้บริการมัลติมีเดีย และ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น

ลักษณะการทำงานของ 3G เมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่า ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น รวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้ บริการมัลติมีเดียได้เต็มที่ และ สมบูรณ์แบบขึ้น

เช่น บริการส่งแฟกซ์, โทรศัพท์ต่างประเทศ ,รับ-ส่งข้อความที่มีขนาดใหญ่ ,ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร, ดาวน์โหลดเพลง, ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ เทคโนโลยี

3G น่าสนใจอย่างไร

จากการที่ 3G สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว และ มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในระบบ 3G สามารถให้บริการระบบเสียง และ แอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่

เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่น mp3, เครื่องเล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิก และ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น

3G ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น โดย โทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์แบบพกพา, วิทยุส่วนตัว และแม้แต่กล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็คข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่าใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว และ ใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าวบันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว “Always On”

คุณสมบัติหลักของ 3G คือ

มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล

ซึ่งการเสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย อุปกรณ์สื่อสารไร้สายระบบ 3G สำหรับ 3G อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของอุปกรณ์ สื่อสารอื่น เช่น Palmtop, Personal Digital Assistant (PDA), Laptop และ PC
http://www.kruthailand.net
โดย RE: Update..รอบรู้ พลวัต
admin
ผู้ควบคุมระบบ

ตอบ: 209
ที่อยู่: 79 หมู่ 1 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน
เข้าร่วม: 16.08.09
เมื่อ 11-05-2010 10:45
ทองรูปพรรณ 99.99% 1226 18586.16 11 พค
http://www.kruthailand.net
หน้า 1 จาก 2 1 2 >





www.kruthailand.net
เว็บไซต์เพื่อการศึกษา สำหรับครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วไทย
ชมรมพัฒนาวิชาชีพครูไทย
เว็บมาสเตอร์ : พรชัย นาชัยเวียง kruthailand@gmail.com Tel : 086-4082198,054-792905
ผู้ช่วยเว็บมาสเตอร์ ทนงศักดิ์ สุทธหลวง
สำรองที่นั่ง สั่งซื้อหนังสือ : หมายเลขที่บัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาห้างนราไฮเอเปอร์มาร์ท 695-00-3021-5
ชื่อบัญชี พรชัย นาชัยเวียง